Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 47

เล่ม มมร. 63 หน้า 47 ข้อ 441
บุคคลผู้ไม่รีบร้อน ย่อมให้ผลแน่นอน เรามี พรหมจรรย์สำเร็จแล้ว ออกบวชแล้ว จะมีภัยแต่ ไหนเล่า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ผลาสาว ความว่า พระมหาสัตว์ตรัส อย่างนี้ เพื่อแสดงว่า ผลแห่งความมุ่งหมายของเราผู้ไม่รีบร้อน สิบหกปีจึง สำเร็จ. บทว่า วิปกฺกพฺรหฺมจริโยสฺมิ แปลว่า มีความปรารถนาถึงที่สุด แล้ว. บทว่า สมฺมทตฺโถ วิปจฺจติ ความว่า ประเภทคุณวิเศษมีฌาน เป็นต้น ซึ่งเป็นกิจที่พึงทำ ย่อมสำเร็จโดยชอบ คือโดยอุบาย โดยการณ์. นายสารถีกราบทูลว่า พระองค์มีพระดำรัสไพเราะ และมีพระวาจา สละสลวยอย่างนี้ เหตุไฉนจึงไม่ตรัสในสำนักแห่ง พระชนกและพระชนนีในกาลนั้นเล่า. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วคฺคุกโถ แปลว่า มีพระดำรัสไพเราะ คือมีพระดำรัสอ่อนหวาน. แต่นั้น พระมหาสัตว์ตรัสว่า เราเป็นง่อยเปลี้ย เพราะไม่มีเครื่องติดต่อก็หาไม่ เราเป็นหนวกเพราะไม่มีซ่องหูก็หาไม่ เราเป็นใบ้ เพราะไม่มีลิ้นก็หาไม่ ท่านอย่าเข้าใจว่าเราเป็นใบ้ เราระลึกชาติปางก่อนที่เราเสวยราชสมบัติได้ เราได้ เสวยราชสมบัติในกาลนั้นแล้ว ต้องไปตกนรกอัน กล้าแข็ง เราได้เสวยราชสมบัติในกาลนั้นยี่สิบปี ต้อง หมกไหม้อยู่ในนรก ๘๐,๐๐๐ ปี เรากลัวจะต้องเสวย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka