พระศาสดาเมื่อทรงประกาศความข้อนั้น ตรัสว่า
นายสารถีทั้งหลาย จูงม้าที่เทียมรถและม้าสินธพ
ซึ่งเป็นพาหนะว่องไว มายังประตูประราชวัง แล้ว
กราบทูลว่า ม้าทั้งสองพวกนี้เทียมเสร็จแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สินฺธเว ได้แก่ ม้าที่เกิดลุ่มน้ำสินธุ.
บทว่า สีฆพาหเน ความว่า จูงม้าทั้งหลายที่ถึงพร้อมด้วยความเร็ว. บทว่า
สารถี แปลว่า นายสารถีทั้งหลาย. บทว่า ยุตฺเต ได้แก่ เทียมที่รถทั้ง
หลาย. บทว่า อุปาคญฺฉุํ ความว่า นายสารถีเหล่านั้นจูงม้าทั้งหลายที่เทียม
ไว้ที่รถทั้งหลายมา ครั้นมาแล้วได้กราบทูลว่า ม้าสองพวกเหล่านี้ เทียมไว้แล้ว.
แต่นั้น พระราชาตรัสว่า
ม้าอ้วนเสื่อมความว่องไว ม้าผอมเสื่อมถอยเรี่ยว
แรง จงเว้นม้าผอมและม้าอ้วนเสีย จัดเทียมแต่ม้าที่
สมบูรณ์.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สํสฏฺา ความว่า พระราชาตรัสว่า
พวกท่านอย่าถือเอาเหล่าม้าเห็นปานนี้. บทว่า กีเส ถูเล วิวชฺชิตฺวา
ความว่า พวกท่านอย่าถือเอาเหล่าม้าผอมและเหล่ามาอ้วน. บทว่า สํสฏฺา
โยชิตา หยา ความว่า เทียมม้าที่ประกอบด้วยวัย วรรณะ ความว่องไว
และกำลัง.
ลำดับนั้น พระราชาเมื่อเสด็จไปสำนักพระราชโอรส ตรัสสั่งให้
ประชุมวรรณะ ๔ เสนี ๑๘ และพลนิกายทั้งหมด ประชุมอยู่สามวัน ใหญ่
วันที่สี่ พระเจ้ากาสิกราชเสด็จออกจากพระนครพร้อมด้วยเสนา ให้เอาทรัพย์
ที่พอจะเอาไปได้ไปด้วย เสด็จถึงอาศรมแห่งเตมิยราชฤาษี ทรงยินดีกับพระ
ราชฤาษีผู้เป็นราชโอรส ทรงทำปฏิสันถารแล้ว.