Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 61

เล่ม มมร. 63 หน้า 61 ข้อ 441
พระมหาสัตว์ทูลถามว่า ขอถวายพระพร มหาบพิตรเสด็จมาดีแล้ว พระองค์เสด็จมาไกลก็เหมือนใกล้ ราชบุรุษทั้งหลาย จงทอดราชบัลลังก์ให้ประทับเถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปาที รถมารุยฺห ความว่า ชนฉลอง พระบาททองขึ้นรถ พระราชาทรงสั่งว่า พวกท่านจงเอาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ ๕ อย่างไปด้วย เพื่ออภิเษกลูก ณ ที่ตรงนั้นแหละ ดังนี้ จึงตรัสบททั้งสาม เหล่านั้น. บทว่า สุวณฺเณหิ อลงฺกตา ตรัสหมายฉลองพระบาท. บทว่า อุปาคญฺฉิ แปลว่า ได้เสด็จเข้าไปแล้ว เวลาอะไร เวลาที่พระมหาสัตว์ทรง นึ่งใบหมากเม่าดับไฟแล้วประทับนั่ง. บทว่า ชลนฺตมิว เตชสา ได้แก่ เหมือนรุ่งเรื่องด้วยเดชานุภาพแห่งพระราชา. บทว่า ขคฺคสํฆปริพฺยุฬฺหํ ความว่าแวดล้อมไปด้วยหมู่อมาตย์ผู้มีความผาสุกด้วยกล่าวถ้อยคำ. บทว่า เอต- ทพฺรวิ ความว่าพระเตมิยราชฤๅษีทรงต้อนรับพระเจ้ากาสิกราชผู้พักกองทัพไว้ ภายนอกเสด็จมาบรรณศาลาด้วยพระบาท ถวายบังคมพระองค์แล้วประทับนั่ง ได้ตรัสคำนี้. พระเตมิยราชฤๅษี ตรัสถามถึงความไม่มีโรคเท่านั้น ด้วยบทแม้ ทั้งสองว่า กุสลํ อนามยํ. บทว่า กจฺจิ อมชฺชโป ตาต ความว่า พระ- เตมิยราชฤๅษีทูลถามพระเจ้ากาสิกราชว่า พระองค์เป็นผู้ไม่เสวยน้ำจัณฑ์ จะไม่ เสวยน้ำจัณฑ์บ้างละหรือ. ปาฐะว่า อปฺปมชฺโสช ดังนี้ก็มี ความว่า ไม่ ประมาทในกุศลกรรมทั้งหลาย. บทว่า สุรมปฺปิยํ ความว่า การดื่มสุราไม่ เป็นที่รักของพระองค์ ปาฐะว่า สุรมปฺปิยา ดังนี้ก็มี ความว่า สุราไม่เป็น ที่รักของพระองค์. บทว่า ธมฺเม ได้แก่ ทศพิธราชธรรม. บทว่า โยคํ ความว่า พาหนะมีม้าและโคเป็นต้น ที่ควรเทียมในยานทั้งหลาย. บทว่า กจฺจิ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka