Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 70

เล่ม มมร. 63 หน้า 70 ข้อ 441
รู้ชัดอย่างนี้ว่า บุคคลเมื่อถูกมัจจุราชครอบงำแล้ว จะ ยินดีไปทำไม จะประโยชน์อะไรด้วยการแสวงหา- ทรัพย์ ผลไม้ที่สุกแล้ว ย่อมเกิดภัย แต่การหล่นเป็น นิตย์ ฉันใด สัตว์ทั้งหลายที่เกิดแล้ว ย่อมมีภัยแต่ ความตายเป็นนิตย์ ฉันนั้น ชนเป็นอันมากเห็นกันอยู่ ในเวลาเช้า บางพวกพอตกเวลาเย็นก็ไม่เห็นกัน ชน เป็นอันมากเห็นกันอยู่ในเวลาเย็น บางพวกพอถึงเวลา เช้าก็ไม่เห็นกัน ภูมิประเทศที่ตั้งกองช้าง กองรถ กองราบ ย่อมไม่มีในสงความคือมรณะนั้น ไม่อาจจะ ต่อสู่เอาชัยชนะต่อมฤตยู ด้วยเวทมนต์ หรือยุทธวิธี หรือสินทรัพย์ได้ มฤตยูมิได้เว้นกษัตริย์ พราหมณ์ พ่อค้า ลูกจ้าง คนจัณฑาล และคนเทหยากเยื่อไร ๆ ย่อมย่ำยีทั้งหมดทีเดียว ควรรีบทำความเพียรในวันนี้ ทีเดียว ใครเล่าจะพึงรู้ว่าตายพรุ่งนี้ เพราะความผัด ผ่อนกับมัจจุราชผู้มีเสนาใหญ่นั้น ไม่มีเลย โจรทั้ง- หลายย่อมปรารถนาทรัพย์ อาตมภาพเป็นผู้พ้นจาก เครื่องผูก ขอถวายพระพร เชิญมหาบพิตรเสด็จกลับ ไปเถิด อาตมภาพไม่ต้องการราชสมบัติ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชิยฺเยถ ความว่า มหาบพิตร พระองค์ ทรงเชื่อเชิญอาตมภาพเหตุทรัพย์ทำไม ทรัพย์ซึ่งสิ้นไปย่อมละเสียซึ่งบุคคล บาง ที่บุคคลย่อมละเสียซึ่งทรัพย์ไป แม้สิ่งทั้งปวงก็ย่อมถึงความสิ้นไปทั้งนั้น พระ- องค์ทรงเชื้อเชิญอาตมภาพเหตุทรัพย์ทำไม. บทว่า กึ ภริยาย มริสฺสติ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka