เมื่อไรเราจักละพระตำหนักยอด อันมีกลิ่นหอม
ฟุ้งจรุงใจ ออกบวช ความประสงค์นั้นจักสำเร็จได้
เมื่อไรหนอ.
เมื่อไรเราจักละพระตำหนักยอด อันทาสีวิเศษ
สวยสด ลาดรดประพรมด้วยแก่นจันทน์ ออกบวช
ความประสงค์นั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ.
เมื่อไรเราจักละบัลลังก์ทอง ซึ่งลาดอย่างวิจิตร
ด้วยหนังโค ออกบวช ความประสงค์นั้น จักสำเร็จได้
เมื่อไรหนอ.
เมื่อไรเราจักละบัลลังก์แก้วมณีซึ่งลาดอย่างวิจิตร
ด้วยหนึ่งโค ออกบวช ความประสงค์นั้น จักสำเร็จได้
เมื่อไรหนอ.
เมื่อไรเราจักละผ้าฝ้ายผ่าไหม ผ้าอันเกิดแต่โขม-
รัฐและเกิดแต่โกทุมพรรัฐ ออกบวชความประสงค์นั้น
จักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ.
เมื่อไรเราจักละสระโบกขรณีอันน่ารื่นรมย์ ซึ่ง
นกจากพรากร่ำร้องแล้ว ดาดาษไปด้วยพรรณไม้น้ำ
ทั้งปทุมและอุบล ออกบวช ความประสงค์นั้นจัก
สำเร็จได้เมื่อไรหนอ.
เมื่อไรเราจักละกองช้างซึ่งประดับประดาไปด้วย
เครื่องอลังการทั้งปวง และเหล่าช้างมีสายรัดทองคำ
บริบูรณ์ด้วยเครื่องประดับศีรษะ และข่ายทองคำ เหล่า
ควาญที่ประจำ ก็ถือโตมรและของ้าว ออกบวช
ความประสงค์นั้นจักสำเร็จได้เมื่อไรหนอ.