Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 192

เล่ม มมร. 63 หน้า 192 ข้อ 524
พระราชาทรงคิดว่า สุวรรณสามนี้ พูดกับเราอยู่เดี๋ยวนี้ เป็นอะไรไปหนอ จึงทรงพิจารณาตรวจดูลมอัสสาสะปัสสาสะ ของพระโพธิสัตว์ ก็ลมอัสสาสะ- ปัสสาสะดับแล้ว สรีระก็แข็งแล้ว พระราชาทอดพระเนตรเห็นเหตุนั้น ก็ทรง ทราบว่า บัดนี้สุวรรณสามตายแล้วดับแล้ว ไม่ทรงสามารถที่จะกลั้นความโศก ไว้ได้ ก็วางพระหัตถ์ไว้บนพระเศียรครวญคร่ำรำพันด้วยเสียงอันดัง. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้น จึงตรัสว่า พระราชานั้นทรงคร่ำครวญน่าสงสาร เป็นอัน มากว่า เราสำคัญว่าจะไม่แก่ไม่ตาย เรารู้เรื่องนี้วันนี้ แต่ก่อนหารู้ไม่ เพราะได้เห็นสานบัณฑิตทำกาลกิริยา ความไม่มาแห่งมฤตยูย่อมไม่มี สามบัณฑิตถูกลูกศร อาบยาพิษ ซึมซาบแล้วพูดอยู่กะเรา ครั้นกาลล่วงไป อย่างนี้ในวันนี้ ไม่พูดอะไร ๆ เลย เราจะต้องไปสู่ นรกแน่นอน เราไม่มีความสงสัยในข้อนี้เลย เพราะ ว่าบาปหยาบช้า อันเราทำแล้วตลอดราตรีนานในกาล นั้น เราทำกรรมหยาบช้าในบ้านเมือง คนทั้งหลายจะ ติเตียนเรา ใครเล่าจะควรมากล่าวติเตียนเราในราวป่า อันหามนุษย์นี้ได้ คนทั้งหลายจะประชุมกันในบ้าน เมือง โจทนาว่ากล่าวเอาโทษเรา ใครเล่าหนอจะ โจทนาว่ากล่าวเอาโทษเราในป่าอันหามนุษย์มิได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อาสึ ความว่า เราได้มีความสำคัญว่า จะไม่แก่ไม่ตายมาตลอดกาลเท่านี้. บทว่า อชฺเชตํ ความว่า วันนี้เราได้เห็น สามบัณฑิตนี้ทำกาลกิริยา จึงรู้ว่าทั้งตัวเราและเหล่าสัตว์อื่น ๆ ต้องแก่ต้องตาย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka