ดาบสทั้งสองประคองอัญชลีไหว้ เมื่อจะทูลวิงวอนว่า ขอถวายพระพร
มหาบพิตร พระองค์ไม่มีหน้าที่ที่จะทำการงานแก่อาตมาทั้งสอง แต่ขอพระ
องค์จงทรงถือปลายไม้เท้าของอาตมาทั้งสองนำไปแสดงตัวสุวรรณสามเถิด จึง
กล่าวสองคาถาว่า
ข้าแต่พระเจ้ากาสี อาตมาทั้งสองขอนอบน้อม
แด่พระองค์ ข้าแต่พระองค์ผู้ยังชาวกาสีให้เจริญ อาต-
มาทั้งสองนอบน้อมแด่พระองค์ อาตมาทั้งสองประ-
คองอัญชลีแด่พระองค์ ขอพระองค์โปรดพาอาตมาทั้ง
สองไปให้ถึงสามกุมาร อาตมาทั้งสองจะสัมผัสเท้าทั้ง
สองและดวงหน้าอันงดงามน่าดูของเธอ แล้วทรมาน
ตนให้ถึงกาลกิริยา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยาว สามานุปาปย ความว่า โปรด
พาอาตมาทั้งสองไปให้ถึงที่ที่สามกุมารอยู่. บทว่า ภุชทสฺสนํ ความว่า สาม
กุมารผู้งามน่าดู คือมีรูปงามน่าเลื่อมใส. บทว่า สํสุมฺภมานา ได้แก่ โบย.
บทว่า กาลมาคมยามฺหเส ความว่า จักกระทำ คือจักถึงกาลกิริยา.
เมื่อท่านเหล่านั้นสนทนากันอยู่อย่างนี้ พระอาทิตย์อัสดงคต ลำดับนั้น
พระราชาทรงดำริว่า ถ้าเรานำฤๅษี ทั้งสองผู้ตามืดไปในสำนักของสุวรรณสาม
ในบัดนี้ทีเดียว หทัยของฤๅษีทั้งสองจักแตกเพราะเห็นสุวรรณสามนั้น เราก็
ชื่อว่านอนอยู่ในนรก ในกาลที่ท่านทั้งสามทำกาลกิริยา ด้วยประการฉะนี้
เพราะฉะนั้น เราจักไม่ให้ฤๅษีทั้งสองนั้นไป ทรงดำริฉะนี้แล้ว จึงตรัสคาถา
สี่คาถาว่า