Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 205

เล่ม มมร. 63 หน้า 205 ข้อ 524
ในกาลนั้น พระเจ้ากาสีทรงพาฤๅษีทั้งสอง ผู้ตา มืดไปในป่าใหญ่ สุวรรณสามถูกฆ่าอยู่ในที่ใด ก็ทรง จูงมือฤๅษีทั้งสองไปในที่นั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตโต แปลว่า ในกาลนั้น. บทว่า อนฺธานํ ได้แก่ ฤาษีทั้งสองผู้ตามืด. บทว่า อหุ แปลว่า ได้เป็นแล้ว. บทว่า ยตฺถ ความว่า พระเจ้ากาสี ทรงนำฤๅษีทั้งสองไปในที่ที่สุวรรณสาม นอนอยู่. ก็แลครั้นทรงนำไปแล้ว ประทับยืนในที่ใกล้สุวรรณสามแล้วตรัส ว่า นี้บุตรของผู้เป็นเจ้าทั้งสอง ลำดับนั้น ฤาษีผู้เป็นบิดาของพระโพธิสัตว์ ซ้อนเศียรขึ้นวางไว้บนตัก ฤๅษิณีผู้เป็นมารดาก็ยกเท้าขึ้นวางไว้บนตักของตน นั่งบ่นรำพันอยู่. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศความข้อนั้น ตรัสว่า ดาบสดาบสินีทั้งสองเห็นสามกุมารผู้เป็นบุตร นอนเกลือกเปื้อนฝุ่นทราย ถูกทิ้งไว้ในป่าใหญ่ ดุจ ดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์ตกเหนือแผ่นดิน ก็ปริ- เทวนาการน่าสงสาร ประคองแขนทั้งสองร้องไห้ว่า สภาพไม่ยุติธรรมมาเป็นไปในโลกนี้ พ่อสามผู้งาม น่าดู พ่อมาหลับเอาจริง ๆ เคลิบเคลิ้มเอามากมายดัง คนดื่มสุราเข้ม ขัดเคืองใครเอาใหญ่ ถือตัวมิใช่น้อย มีใจพิเศษ ในเมื่อกาลล่วงไปอย่างนี้ในวันนี้ พ่อไม่ พูดไร ๆ บ้างเลย พ่อสามนี้เป็นผู้ปฏิบัติบำรุงเรา ทั้งสองผู้ตามืด มาทำกาลกิริยาเสียแล้ว บัดนี้ใครเล่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka