Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 207

เล่ม มมร. 63 หน้า 207 ข้อ 524
กล่าวคำจริงมาแต่ก่อน ได้เป็นผู้เลี้ยงบิดามารดา ได้ เป็นผู้ประพฤติยำเกรงต่อท่านผู้เจริญในสกุล เป็นผู้ เป็นที่รักยิ่งกว่าชีวิตของเรา โดยความจริงใด ๆ ด้วย การกล่าวความจริงนั้น ๆ ขอพิษของลูกสามะจงหายไป บุญอย่างใดอย่างหนึ่งที่ลูกสามะกระทำแล้วแก่เราและ แก่บิดาของเธอ มีอยู่ ด้วยอานุภาพกุศลบุญนั้นทั้งหมด ขอพิษของลูกสามะจึงหายไป. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เยน สจฺเจน ได้แก่ ด้วยความจริงใด คือด้วยสภาวะใด. บทว่า ธมฺมจารี ได้แก่ ผู้ประพฤติธรรมคือกุศลกรรมบถ สิบ. บทว่า สจฺจวาที ความว่า. ไม่กล่าวมุสาวาท แม้ด้วยการหัวเราะ. บทว่า มาตาเปติภโร ความว่า เป็นผู้ไม่เกียจคร้าน เลี้ยงดูบิดามารดา ตลอดคืนวัน . บทว่า กุเล เชฏฺาปจฺจายิโก ความว่า เป็นผู้กระทำสักการะ แก่บิดาเป็นต้นผู้เจริญที่สุด. เมื่อมารดาทำสัจจกิริยาด้วยเจ็ดคาถาอย่างนี้ สามกุมารก็พลิกตัวกลับ นอนต่อไป ลำดับนั้น บิดาคิดว่า ลูกของเรายังมีชีวิตอยู่ เราจักทำสัจจกิริยา บ้าง จึงได้ทำสัจจกิริยาอย่างนั้น. พระศาสดาเพื่อจะทรงประกาศความข้อนั้น จึงตรัสว่า บิดาผู้ระทมจิตด้วยความโศกถึงบุตร ได้เห็น สามะผู้เป็นบุตรนอนเกลือกเปื้อนด้วยฝุ่นทราย ได้ กล่าวคำสัจว่า ลูกสามะมิได้เป็นผู้ประพฤติธรรมเป็น ปกติ ได้เป็นผู้ประพฤติดังพรหมเป็นปกติ ได้เป็นผู้ กล่าวคำจริงมาแต่ก่อน ได้เป็นผู้เลี้ยงบิดามารดา ได้
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka