Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 213

เล่ม มมร. 63 หน้า 213 ข้อ 525
ให้บังเกิดพร้อมด้วยบิดามารดา มิได้เสื่อมจากฌาน ในที่สุดแห่งอายุได้เข้าถึง พรหมโลกพร้อมด้วยบิดามารดานั้นแล. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย ชื่อว่าการเลี้ยงดูบิดามารดาเป็นวงศ์ของบัณฑิตทั้งหลาย ตรัสฉะนี้ แล้ว ทรงประกาศอริยสัจสี่ประชุมชาดก ในเวลาเทศนาอริยสัจสี่จบลง ภิกษุ นั้นบรรลุโสดาปัตติผล พระราชาปิลยักขราช ในกาลนั้นกลับชาติมาเป็นภิกษุ ชื่ออานนท์ในกาลนี้ พสุนธรีเทพธิดาเป็นภิกษุณีชื่ออุบลวรรณา ท้าวสักก- เทวราชเป็นภิกษุชื่ออนุรุทธะ. ทุกูลบัณฑิตผู้บิดาเป็นภิกษุชื่อมหากัสสปะ นางปาริกาผู้มารดาเป็นภิกษุณีชื่อภัททกาปิลานี ก็สุวรรณสามบัณฑิต คือเราผู้สัมมาสัมพุทธะนี้เองแล. จบ สุวรรณสามชาดก ๔. เนมิราชชาดก ว่าด้วยพระเจ้าเนมิราชทรงบำเพ็ญอธิษฐานบารมี [๕๒๕] เมื่อใดพระเจ้าเนมิราชผู้เป็นบัณฑิต มีพระประสงค์ด้วยกุศล เป็นพระราชาผู้ปราบข้าศึก ทรงบริจาคทานแก่ชาววิเทหะทั้งปวง เมื่อนั้นบุคคล ฉลาดย่อมเกิดขึ้นในโลก ความเกิดขึ้นของท่าน เหล่านั้นน่าอัศจรรย์หนอ เมื่อพระเจ้าเนมิราชทรง บำเพ็ญทานนั้นอยู่ ก็เกิดพระราชดำริขึ้นว่า ทานหรือ พรหมจรรย์อย่างไหนมีผลานิสงส์มาก.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka