Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 215

เล่ม มมร. 63 หน้า 215 ข้อ 527 528 529 530
วิเศษเพราะประพฤติพรหมจรรย์สูงสุด หมู่พรหม เหล่านั้นอันใคร ๆ จะพึงได้เป็น ด้วยการประพฤติ วิงวอนก็หาไม่ ต้องเป็นผู้ไม่มีเหย้าเรือนบำเพ็ญตบ- ธรรม จึงจะได้บังเกิดในหมู่พรหม. [๕๒๗] พระราชาเหล่านี้คือ พระเจ้าทุทีปราช พระเจ้าสาครราช พระเจ้าเสลราช พระเจ้ามุจลินทราช พระเจ้าภคีรสราช พระเจ้าอุสินนรราช พระเจ้า อัตถกราช พระเจ้าอัสสกราช พระเจ้าปุถุทธนราช และกษัตริย์เหล่าอื่น กับพราหมณ์เป็นอันมาก บูชายัญ มากมาย ก็ไม่ล่วงพ้นความละโลกนี้ไป. [๕๒๘] ชนเหล่าใดไม่มีเพื่อนสอง อยู่คนเดียว ย่อมไม่รื่นรมย์ ย่อมไม่ได้ปีติเกิดแต่วิเวก ชนเหล่านั้น ถึงจะมีโภคสมบัติเสมอด้วยพระอินทร์ ก็ชื่อว่าเป็นคน เข็ญใจ เพราะได้ความสุขที่ต้องอาศัยผู้อื่น. [๕๒๙] ฤๅษีผู้ไม่มีเหย้าเรือนเหล่านี้บำเพ็ญ ตบธรรม ได้ก้าวล่วงกามาวจรภพแล้วโดยแท้ คือ ฤๅษี ๗ ตน อันมีนามว่า ยามหนุฤๅษี โสมยาคฤๅษี มโนชวฤๅษี สมุททฤๅษี มาฆฤๅษี ภรตฤๅษี และ กาลปุรักขิตฤๅษี และฤๅษีอีก ๔ ตน คือ อังคีรสฤๅษี ภีสสปฤๅษี กีสวัจฉฤๅษี และอกันติฤๅษี. [๕๓๐] แม่น้ำชื่อสีทามีอยู่ทางด้านทิศอุดร เป็นแม่น้ำลึก ข้ามยาก กาญจนบรรพตมีสีประหนึ่ง ไฟที่ไหม้ไม้อ้อ โชติช่วงอยู่ในกาลทุกเมื่อ ที่ฝั่งแม่น้ำ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka