วิเศษเพราะประพฤติพรหมจรรย์สูงสุด หมู่พรหม
เหล่านั้นอันใคร ๆ จะพึงได้เป็น ด้วยการประพฤติ
วิงวอนก็หาไม่ ต้องเป็นผู้ไม่มีเหย้าเรือนบำเพ็ญตบ-
ธรรม จึงจะได้บังเกิดในหมู่พรหม.
[๕๒๗] พระราชาเหล่านี้คือ พระเจ้าทุทีปราช
พระเจ้าสาครราช พระเจ้าเสลราช พระเจ้ามุจลินทราช
พระเจ้าภคีรสราช พระเจ้าอุสินนรราช พระเจ้า
อัตถกราช พระเจ้าอัสสกราช พระเจ้าปุถุทธนราช
และกษัตริย์เหล่าอื่น กับพราหมณ์เป็นอันมาก บูชายัญ
มากมาย ก็ไม่ล่วงพ้นความละโลกนี้ไป.
[๕๒๘] ชนเหล่าใดไม่มีเพื่อนสอง อยู่คนเดียว
ย่อมไม่รื่นรมย์ ย่อมไม่ได้ปีติเกิดแต่วิเวก ชนเหล่านั้น
ถึงจะมีโภคสมบัติเสมอด้วยพระอินทร์ ก็ชื่อว่าเป็นคน
เข็ญใจ เพราะได้ความสุขที่ต้องอาศัยผู้อื่น.
[๕๒๙] ฤๅษีผู้ไม่มีเหย้าเรือนเหล่านี้บำเพ็ญ
ตบธรรม ได้ก้าวล่วงกามาวจรภพแล้วโดยแท้ คือ
ฤๅษี ๗ ตน อันมีนามว่า ยามหนุฤๅษี โสมยาคฤๅษี
มโนชวฤๅษี สมุททฤๅษี มาฆฤๅษี ภรตฤๅษี และ
กาลปุรักขิตฤๅษี และฤๅษีอีก ๔ ตน คือ อังคีรสฤๅษี
ภีสสปฤๅษี กีสวัจฉฤๅษี และอกันติฤๅษี.
[๕๓๐] แม่น้ำชื่อสีทามีอยู่ทางด้านทิศอุดร
เป็นแม่น้ำลึก ข้ามยาก กาญจนบรรพตมีสีประหนึ่ง
ไฟที่ไหม้ไม้อ้อ โชติช่วงอยู่ในกาลทุกเมื่อ ที่ฝั่งแม่น้ำ