Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 244

เล่ม มมร. 63 หน้า 244 ข้อ 599
ไม่ได้ยินมาเลย ขอท่านจงแจ้งตัวท่านแก่ข้าพเจ้า ขอ ความเจริญจงมีแก่ท่าน พวกเราจะรู้จักท่านได้อย่างไร. ท้าววาสวะทรงทราบว่าพระเจ้าเนมิราชมีพระโลมชาติ ชูชัน ได้ตรัสตอบว่า หย่อมฉัน เป็นท้าวสักกะจอม เทพ มาสู่สำนักพระองค์ท่าน ดูก่อนพระองค์ผู้เป็นจอม มนุษย์ พระองค์อย่าทรงสยดสยองเลย เชิญตรัสถาม ปัญหาที่ต้องพระประสงค์เถิด. พระเจ้าเนมิราชทรงได้ โอกาสฉะนั้นแล้ว จึงตรัสถามท้าววาสวะว่า ข้าแต่ เทวราชผู้เป็นอิสระแห่งปวงภูต หม่อมฉันขอทูลถาม พระองค์ท่าน ทานหรือพรหมจรรย์อย่างไหนมีผลา- นิสงส์มาก. อมรินทรเทพเจ้าอันนรเทพเนมิราชตรัส ถามดังนี้ พระองค์ทรงทราบวิบากแห่งพรหมจรรย์ จึงตรัสบอกแก่พระเจ้าเนมิราชผู้ยังไม่ทรงทราบว่า บุคคลย่อมบังเกิดในขัตติยสกุล เพราะประพฤติพรหม- จรรย์อย่างต่ำ บุคคลได้เป็นเทพเจ้า เพราะประพฤติ พรหมจรรย์ปานกลาง บุคคลย่อมหมดจดวิเศษเพราะ ประพฤติพรหมจรรย์สูงสุด หมู่พรหมเหล่านั้น อัน ใคร ๆ จะพึงได้เป็นด้วยการประพฤติวิงวอน ก็หาไม่ ต้องเป็นผู้ไม่มีเหย้าเรือนบำเพ็ญตบธรรม จึงจะได้ บังเกิดในหมู่พรหม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สโลมหฏฺโ ความว่า ดูก่อนภิกษุ ทั้งหลาย พระเจ้าเนมิราชนั้นทอดพระเนตรเห็นแสงสว่าง จึงทรงแลไปใน
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka