อย่างนั้น ด้วยอุทาหรณ์ที่แสดงมาแล้วนี้ ท้าวสักกเทวราชประกาศความที่
พระองค์เป็นผู้ประเสริฐด้วยทานอย่างนี้แล้ว ประกาศคุณธรรมแห่งฤาษีเหล่า
นั้นด้วยบทสามบทนอกนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สญฺเมน ได้แก่ ด้วยศีล. บทว่า
ทเมน ได้แก่ ด้วยการฝึกอินทรีย์. บทว่า อนุตฺตารํ ความว่า ประพฤติ
วัตรสมาทานอันอุดมเนืองนิจด้วยคุณธรรมเหล่านี้. บทว่า ปกีรจารี ความว่า
กระจัดกระจาย คือซัดไป คือละหมู่คณะ เที่ยวไปผู้เดียว คือถึงความเป็นผู้
ผู้เดียว. บทว่า สมาหิเต ได้แก่ผู้มีจิตคงมั่นด้วยอุปจารสมาธิ และอัปปนา-
สมาธิ ท้าวสักกเทวราชทรงแสดงว่า หม่อมฉันบำรุงดาบสผู้มีตบะเห็นปานนะ
บทว่า อหมุขุคตํ ความว่า ดูก่อนมหาราช ฤๅษีทั้งหมื่นรูปเหล่านั้น
หม่อมฉันมิได้เลือกแม้สักรูปหนึ่ง ซึ่งดำเนินตรง เพราะไม่มีคดกายเป็นต้น
โดยชาติ คือมีชาติต่ำ หรือสมบูรณ์ด้วยชาติเป็นต้น มีใจเลื่อมใสในคุณสมบัติ
ของท่านเหล่านั้น นมัสการท่านเหล่านี้ทั้งหมดเกินเวลา คือนมัสการตลอดกาล
เป็นนิจทีเดียว ท้าวสักกเทวราชตรัสดังนี้. เพราะเหตุไร. เพราะสัตว์มี
กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ อธิบายว่า เพราะเหตุว่าขึ้นชื่อว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้มี
กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่อาศัย. บทว่า สพฺเพ วณฺณา พึงทราบ
ด้วยเหตุนี้นั้นแล.
ก็แลครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว ท้าวสักกเทวราช ทรงโอวาทพระเจ้าเนมิ-
ราชนั้นว่า ดูก่อนมหาราช พรหมจริยวาสเป็นธรรมมีผลมากกว่าทานโดยแท้
ถึงอย่างนั้น ธรรมทั้งสองนั้นก็เป็นมหาปุริสวิตก เพราะฉะนั้น พระองค์จงอย่า
ประมาทในธรรมทั้งสอง จงทรงบริจาคทานด้วย จงทรงรักษาศีลด้วย ตรัส
ฉะนี้แล้ว เสด็จไปสู่ทิพยสถานวิมานของพระองค์นั่นแล.