Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 255

เล่ม มมร. 63 หน้า 255 ข้อ 599
กล่าวว่า นั่นไม่ใช่พระจันทร์ รถนะ ในเมื่อเวชยันตรถเทียมสินธพนับด้วย พันมีมาตลีเทพบุตรขับ ปรากฏแล้วในขณะนั้น จึงคิดกันว่า ทิพยานนี้มา เพื่อใครหนอ ลงความเห็นว่า ไม่ใช่มาเพื่อใครอื่น พระราชาของพวกเรา เป็นธรรมิกราช องค์สักกเทวราชจะส่งมาเพื่อพระราชานั้นนั่นเอง เทพรถนี้ สมควรแก่พระราชาของพวกเราแท้ เห็นฉะนั้นแล้วก็ร่าเริงยินดี กล่าวคาถาว่า เกิดพิศวงขนพองขึ้นในโลกแล้วหนอ รสทิพย์ ปรากฏแก่พระเจ้าวิเทหรัฐ ผู้มียศ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อพฺภูโต ได้แก่ ไม่เคยมีแล้ว อีกอย่าง หนึ่ง ได้แก่ อัศจรรย์ ประชาชนกล่าวอย่างนี้ด้วยความพิศวง. ก็เมื่อประชาชนกล่าวกันอย่างนี้ มาตลีเทพบุตรมาโดยเร็ว กลับรถ จอดท้ายรถที่พระสีหบัญชร ทำการจัดแจงให้เสด็จขึ้นแล้ว ได้เชิญพระเจ้า เนมิราชเสด็จขึ้นทรง. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเนื้อความนั้น ตรัสว่า เทพบุตรมาตลีผู้เป็นเทพสารถีมีฤทธิ์มาก อัญ- เชิญเสด็จพระเจ้าวิเทหรัฐ ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวเมือง มิถิลาว่า ข้าแต่พระราชาผู้ประเสริฐ ผู้เป็นใหญ่ใน ทิศ ขอเชิญเสด็จมาทรงรถนี้ เทพเจ้าสาวดาวดึงส์ พร้อมด้วยพระอินทร์ใคร่จะเห็นพระองค์ ประชุมคอย เฝ้าอยู่ ณ เทพสภา ชื่อสุธรรมา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มิถิลคฺคหํ ความว่า ผู้มีปราสาท ประดิษฐานอยู่ในกรุงมิถิลา ทรงสงเคราะห์ชาวมิถิลา ด้วยสังคหวัตถุ ๔. บทว่า สมจฺฉเร ความว่า นั่งกล่าวสรรเสริญคุณของพระองค์.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka