Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 267

เล่ม มมร. 63 หน้า 267 ข้อ 599
ข้าวเปลือกกลายเป็นแกลบ. บทว่า ปานิ ได้แก่ น้ำดื่ม ได้ยินว่า ในประเทศ นั้น มีแน่น้ำมีน้ำเจิ่งน่ารื่นรมย์ไหลอยู่เป็นปกติ สัตว์นรกเร่าร้อนเพราะความ ร่อนแห่งไฟ ไม่อาจจะทนความกระหายได้ จึงเดินย่ำแผ่นดินโลหะที่ลุกโพลง ลงสู่แม่น้ำนั้น ทันใดนั้นเองฝั่งน้ำทั้งสองก็ลุกโพลงทั่ว น้ำควรดื่มถูกลายเป็น แกลบและใบไม้ลุกโพลง สัตว์นรกไม่อาจทนความกระหาย ก็เคี้ยวกินแกลบ และใบไม้อันลุกโพลงนั้น แกลบและใบไม้นั้นแก่เผาสรีระทั้งสิ้นของสัตว์เหล่า นั้นลุกโพลงทั่วออกทางส่วนเบื้องต่ำ สัตว์นรกเหล่านั้นไม่สามารถจะอดกลั้น ทุกข์นั้น ก็ประคองแขนทั้งสองร้องไห้. บทว่า สุทฺธธญฺํ ในคาถานั้น ได้ แก่ ธัญชาติบริสุทธิ์ ๗ อย่าง มีข้าวเปลือกเป็นต้น. บทว่า ปลาเสน มิสฺสํ ความว่า เอาใบไม้บ้าง แกลบบ้าง ทรายและดินเป็นต้นบ้าง ผสม กัน. บทว่า อสุทฺธกมฺมา ได้แก่ มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม เศร้า หมอง. บทว่า กยิโน ความว่า พูดว่าเราจักให้ข้าวเปลือกที่ดี ๆ แก่ท่าน รับเงินแต่มือของผู้ซื้อแล้วให้ข้าวเปลือกที่ไม่ดีเห็นปานนั้น. มาตลีเทพสารถีขับรถต่อไป นายนิรยบาลทั้งหลายล้อมเหล่าสัตว์นรก ในนิรยาบายนั้น เหมือนนายพรานล้อมฝูงมฤคในป่าไว้ แล้วทิ่มแทงข้างทั้ง ๒ แห่งสัตว์นรกเหล่านั้นด้วยอาวุธต่าง ๆ มีเครื่องประหาร คือลูกศรเป็นต้น ร่างกาย ของสัตว์นรกเหล่านั้น ปรากฏเป็นช่องปรุไปหมดเหมือนใบไม้แก่ฉะนั้น พระ- เจ้าเนมิราชทอดพระเนตรเห็นดังนั้น เนื้อจะตรัสถามมาตลีเทพสารถี จึงตรัส คาถาว่า นายนิรยบาลแทงข้างทั้ง ๒ แห่งสัตว์นรกผู้ ร้องไห้อยู่ ด้วยถูกศร หอก โตมร ความกลัวปรากฏ แต่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปนี้ ดูก่อนมาตลีเทพ-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka