Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 289

เล่ม มมร. 63 หน้า 289 ข้อ 599
เป็นคฤหบดีคนหนึ่งในมิถิลานคร วิเทหรัฐ ในกาลแห่งพระกัสสปพุทธเจ้า ได้เป็นทานบดี เขาทำบุญกรรมเหล่านั้น จึงถึงทิพยสมบัตินี้. ิ ครั้นทูลบอกกรรมที่เทพบุตรแม้นั้นกระทำ แด่พระเจ้าเนมิราชอย่างนี้ แล้ว มาตลีเทพสารถีก็ขับรถต่อไป แสดงวิมานแก้วไพฑูรย์อีกวิมานหนึ่ง เช่น กับวิมานก่อนนั่นแหละ พระเจ้าเนมิราชตรัสถามถึงกรรมที่เทพบุตรผู้เสวย ทิพยสมบัติในวิมานนั้นกระทำ แม้มาตลีเทพสารถีนอกนี้ก็ได้ทูลบอกแด่ พระองค์ วิมานอันบุญญานุภาพตกแต่งแล้วนี้ ประกอบ ด้วยภูมิภาคน่ารื่นรมย์ จัดสรรไว้เป็นส่วน ๆ เปล่งแสง สว่างออกจากฝาแก้วไพฑูรย์ เสียงทิพย์ คือเสียงเปิง มาง เสียงตะโพน การฟ้อนรำขับร้อง และเสียง ประโคมดนตรี ย่อมเปล่งออก น่าฟัง เป็นที่รื่นรมย์ใจ เราไม่รู้สึกที่ได้เห็นหรือได้ฟังเสียงอันเป็นไปอย่างนี้ อันไพเราะอย่างนี้ ในกาลก่อนเลย ความปลื้มใจย่อม ปรากฏแก่เราเพราะได้เห็นความเป็นไปนั้น ดูก่อน มาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน เทพบุตรนี้ได้ทำ กรรมดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์บันเทิงอยู่ในวิมาน. มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัสถามตามที่ ทราบวิบากแห่งสัตว์ผู้ทำบุญทั้งหลาย แด่พระราชาผู้ ไม่ทรงทราบว่า เทพบุตรนี้เป็นคฤหบดีในกรุงพาราณ- สี เป็นทานบดี ได้ก่อสร้างอาราม บ่อน้ำ สระน้ำ และสะพาน ได้ปฏิบัติบำรุงพระอรหันต์ทั้งหลายผู้ เยือกเย็นโดยเคารพ ได้ถวายจีวร บิณฑบาต คิลาน-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka