Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 291

เล่ม มมร. 63 หน้า 291 ข้อ 599
ที่ ๑๕ ที่ ๘ แห่งปักษ์ และปาฏิหาริยปักษ์ เป็นผู้ สำรวมในศีลทุกเมื่อ เป็นผู้สำรวมและจำแนกทาน จึงบันเทิงอยู่ในวิมาน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุทยมาทิจฺโจ ได้แก่ ดวงอาทิตย์ แรกขึ้น. บทว่า สาวตฺถิยํ ความว่า เทพบุตรนั้นได้เป็นทานบดีในกรุงสาวัตถี ในกาลแห่งพระกัสสปพุทธเจ้า. ในเวลาที่มาตลีเทพสารถีทูลวิมาน ๘ เหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้ท้าว- สักกเทวราชทรงดำริว่า มาตลีประพฤติช้าเกิน จึงส่งเทพบุตรผู้ว่องไวแม้อื่น อีกไปด้วยเทวบัญชาว่า ท่านจงไปบอกแก่มาตลีว่า ท้าวสักกเทวราชเรียกหาท่าน เทพบุตรนั้นไปโดยเร็ว แจ้งแก่มาตลีเทพให้ทราบ มาตลีเทพสารถีได้สดับ คำแห่งเทพบุตรนั้น ดำริว่า บัดนี้เราไม่อาจจะชักช้า จึงแสดงวิมานเป็นอันมาก พร้อมกันทีเดียว พระเจ้าเนมิราชตรัสถามถึงกรรมของเหล่าเทพบุตรผู้เสวย ทิพยสมบัติในวิมานนั้น ๆ มาตลีเทพสารถีได้ทูลบอกแล้ว วิมานทองเป็นอันมากเหล่านี้ อันบุญญานุภาพ ตกแต่งดีแล้ว ลอยอยู่ในนภากาศ ไพโรจน์โชติช่วง ดังสายฟ้าในระหว่างก้อนเมฆฉะนั้น เทพบุตรทั้งหลาย ผู้มีฤทธิ์มาก ประดับสรรพากรณ์ อันหมู่อัปสรห้อม- ล้อม ผลัดเปลี่ยนเวียนอยู่ในวิมานนั้น ๆ โดยรอบ ความปลื้มใจย่อมปรากฏแก่เรา เพราะได้เห็นความ เป็นไปนั้น ดูก่อนมาตลีเทพสารถี เราขอถามท่าน เทพบุตรเหล่ามิได้ทำความดีอะไรไว้ จึงถึงสวรรค์ บันเทิงอยู่ในวิมาน. มาตลีเทพสารถีทูลพยากรณ์พระดำรัสถาม ตามที่
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka