[๖๐๕] บทมนต์นี้เห็นได้แสนยากโดยแท้ ข้อ
ความที่ดีอันพระผู้มีความเพียรเห็นแล้ว ความจริง กาย
ของเราก็หวั่นไหว ใครจักละแคว้นของตนไปสู่เงื้อม
มือของคนอื่นเล่า.
[๖๐๖] พวกเราทั้ง ๖ คนเป็นบัณฑิต มีปัญญา
สูงสุดดุจแผ่นดิน มีมติสมอกันเป็นเอกฉันท์ทีเดียว
พ่อมโหสถ แม่เจ้าก็จงทำมติว่า ไปหรือไม่ไป หรืออยู่.
[๖๐๗] ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงทราบ
พระเจ้าจุลนีพรหมทัตทรงมีอานุภาพมาก มีพลมาก
ก็พระราชานั้นปรารถนาเพื่อปลงพระชนมชีพของพระ
องค์ ดุจนายพรานฆ่ามฤคด้วยมฤคีฉะนั้น.
ปลาอยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่
คดซึ่งปกปิดไว้ด้วยเนื้ออันเป็นเหยื่อ มันย่อมไม่รู้จัก
ความตายของมัน ฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์
ทรงปรารถนากาม ย่อมไม่ทรงทราบพระธิดาของพระ
เจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จักความตายของตนฉะนั้น
ข้าพระองค์เสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้องสละพระ-
องค์ทันที ภัยใหญ่จักถึงพระองค์ ดุจภัยมาถึงมฤคตัว
ตามไปถึงทางประตูบ้าน ฉะนั้น.
[๖๐๘] พวกเรานี่แหละเป็นคนเขลา บ้าน้ำลาย
ที่กล่าวถึงเหตุแห่งการได้รัตนะอันสูงสุด ในสำนักเจ้า
เจริญด้วยทางไถ จะรู้จักความเจริญเหมือนคนอื่นเขา
ได้อย่างไร.