Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 305

เล่ม มมร. 63 หน้า 305 ข้อ 605 606 607 608
[๖๐๕] บทมนต์นี้เห็นได้แสนยากโดยแท้ ข้อ ความที่ดีอันพระผู้มีความเพียรเห็นแล้ว ความจริง กาย ของเราก็หวั่นไหว ใครจักละแคว้นของตนไปสู่เงื้อม มือของคนอื่นเล่า. [๖๐๖] พวกเราทั้ง ๖ คนเป็นบัณฑิต มีปัญญา สูงสุดดุจแผ่นดิน มีมติสมอกันเป็นเอกฉันท์ทีเดียว พ่อมโหสถ แม่เจ้าก็จงทำมติว่า ไปหรือไม่ไป หรืออยู่. [๖๐๗] ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงทราบ พระเจ้าจุลนีพรหมทัตทรงมีอานุภาพมาก มีพลมาก ก็พระราชานั้นปรารถนาเพื่อปลงพระชนมชีพของพระ องค์ ดุจนายพรานฆ่ามฤคด้วยมฤคีฉะนั้น. ปลาอยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่ คดซึ่งปกปิดไว้ด้วยเนื้ออันเป็นเหยื่อ มันย่อมไม่รู้จัก ความตายของมัน ฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ ทรงปรารถนากาม ย่อมไม่ทรงทราบพระธิดาของพระ เจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จักความตายของตนฉะนั้น ข้าพระองค์เสด็จไปยังปัญจาลนคร จักต้องสละพระ- องค์ทันที ภัยใหญ่จักถึงพระองค์ ดุจภัยมาถึงมฤคตัว ตามไปถึงทางประตูบ้าน ฉะนั้น. [๖๐๘] พวกเรานี่แหละเป็นคนเขลา บ้าน้ำลาย ที่กล่าวถึงเหตุแห่งการได้รัตนะอันสูงสุด ในสำนักเจ้า เจริญด้วยทางไถ จะรู้จักความเจริญเหมือนคนอื่นเขา ได้อย่างไร.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka