เอาด้ายร้อยผูกเป็นเครื่องประดับที่คอมัน ลำดับนั้น ความถือตัวก็เกิดขึ้นแก่
กิ้งก่านั้น อาศัยมันมีกิ่งมาสกนั้น วันนั้น พระราชาเสด็จไปพระราชอุทยาน
กิ้งก่านั้นเห็นพระราชาเสด็จมา ก็ทำตนเสมอพระราชาด้วย เหมือนจะเข้าใจว่า
พระองค์มีพระราชทรัพย์มากหรือ ตัวเราก็มีมากเหมือนกัน ด้วยอำนาจความ
ถือตัวอันอาศัยทรัพย์กึ่งมาสกนั้นเกิดขึ้น ไม่ลงจากปลายเสาค่าย หมอบยกหัว
ร่อนอยู่ไปมาบนปลายเสาค่ายนั่นเอง พระเจ้าวิเทหราชได้ทอดพระเนตรเห็น
กิริยาของมัน เมื่อจะตรัสถามว่า แน่ะเจ้าบัณฑิต วันนี้ มันไม่ลงมาเหมือน
ในก่อน เหตุเป็นอย่างไรหรือ จึงตรัสคาถานี้ว่า
กิ้งก่านี้ไม่ลงจากปลายเสาค่ายหมอบเหมือนใน
ก่อน เจ้าจงรู้กิ้งก่ากระด้างด้วยเหตุไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น อุนฺนมติ ความว่า วันนี้กิ้งก่าไม่
ลงหมอบยกหัวร่อนอยู่ไปมาบนปลายเสาค่ายนั่นเอง ฉันใด กิ้งก่าไม่ลงมาหมอบ
อย่างในก่อนฉันนั้น. บทว่า เกน ถทฺโธ ความว่า ถึงความกระด้างด้วย
เหตุไร.
ลำดับนั้น มโหสถบัณฑิตรู้ว่า ในวันอุโบสถ คนไม่ฆ่าสัตว์ มัน
อาศัยกึ่งมาสกที่ราชบุรุษผูกไว้ที่คอ เพราะหาเนื้อให้กินไม่ได้ ความถือตัวของ
มันจึงเกิดขึ้น ดังนี้จึงกล่าวคาถานี้ว่า
กิ้งก่าได้กึ่งมาสกซึ่งไม่เคยได้ จึงดูหมิ่นพระเจ้า
วิเทหราช ผู้ทรงสงเคราะห์ชาวกรุงมิถิลา.
พระราชาตรัสให้เรียกราชบุรุษนั้นมาตรัสถาม ก็ได้ความสมจริง
ดังนั้น ก็ทรงเลื่อมใสในพระโพธิสัตว์เกินเปรียบ ด้วยเห็นว่า อัธยาศัยของ
กิ้งก่า มโหสถไม่ได้ถาม อะไร ๆ ก็รู้ได้ ดังพระสัพพัญญูพุทธเจ้ารู้อัธยาศัย