Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 375

เล่ม มมร. 63 หน้า 375 ข้อ 686
มั่งคั่งมีโภคทรัพย์ เพราะความต้องการด้วยทรัพย์ ฉันนั้น ข้าพระองค์เห็นความดังนี้ จึงกราบทูลว่า คนมีปัญญาเป็นคนต่ำช้า คนมีสิริเท่านั้นเป็นคน ประเสริฐ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พหุชฺชโน ความว่า มนุษย์เป็นอันมาก ประชุมกันเพื่อเหตุแห่งทรัพย์. พระราชาทรงสดับดังนั้นแล้ว จึงตรัสกะมโหสถว่า พ่อจะแก้อย่างไร มโหสถบัณฑิตจึงกราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า เสนกะท้องโตคนนี้จะรู้ อะไร โปรดฟังเถิด พระเจ้าข้า ทูลฉะนี้แล้วจึงกล่าวคาถานี้ว่า คนเขลามีกำลัง แต่หายังประโยชน์นี้ให้สำเร็จไม่ ได้ทรัพย์มาด้วยทำกิจร้ายแรง นายนิรยบาลคร่าคน- เขลานั้นผู้ไม่ฉลาด ผู้ร้องไห้อยู่ ไปสู่นรกอันทุกข์ยิ่ง ข้าพระองค์เห็นความอย่างนี้ จึงกราบทูลว่า คนมี ปัญญาแลประเสริฐ คนเขลามียศย่อมไม่ประเสริฐ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สาหสํ ความว่า คนเขลาทำการงานที่ ความร้ายแรงด้วยความร้ายแรง เบียดเบียนประชาชนจึงได้ทรัพย์ เมื่อเป็น เช่นนั้น นายนิรยบาลทั้งหลายจึงคร่าคนเขลานั้นผู้ไม่ฉลาด ร้องไห้อยู่นั่นแล ไปสู่นรกอัน มีเวทนามีกำลัง. เมื่อพระราชาตรัสถามอีกว่า ท่านอาจารย์เสนกะ ท่านจะแก้อย่างไร เสนกะจึงทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า โปรดฟังเถิด แล้วกล่าวคาถานี้ว่า แม่น้ำน้อยใหญ่อันใดอันหนึ่ง ย่อมไหลไปสู่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำเหล่านั้นทั้งหมดเทียวย่อมละชื่อ และถิ่นเสีย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่สมุทร ย่อมไม่ปรากฏ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka