ชาดกว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า เพราะมนุษย์อันธพาลเหล่านั้น ยินดีใน
โภคสมบัติ ฉะนั้น เขาเหล่านั้น จึงใคร่สิริ ชื่อว่ายศนี้ บัณฑิตทั้งหลายติเตียน
คนพาลทั้งหลายปรารถนา. บทว่า พุทฺธานํ ได้แก่ ของเหล่าญาณพุทธ.
บทว่า กทาจิ ความว่า ข้าแต่สมมติเทพ ธรรมดาคนมีสิริย่อมไม่ก้าวล่วง
คนมีความรู้ในกาลใดไหน ๆ.
พระเจ้าวิเทหราชได้ทรงสดับคำนั้นก็ทรงโสมนัสด้วยปัญหาพยากรณ์
แห่งพระมหาสัตว์ เมื่อจะทรงบูชาพระมหาสัตว์ด้วยทรัพย์ ราวกะผู้วิเศษยัง
ฝนลูกเห็บให้ตก จึงตรัสคาถาว่า.
ดูก่อนมโหสถผู้เห็นธรรมทั้งปวง เราได้ถาม
ปัญหานั้นใดกะเจ้า เจ้าได้ประกาศเผยแผ่ปัญหานั้น
แก่เรา เรายินดีด้วยการแก้ปัญหาของเจ้า เราให้โค
พันหนึ่ง ทั้งโคอุสุภราช ช้าง รถเทียมม้าอาชาไนย
๑๐ คัน และบ้านส่วย ๑๖ ตำบลแก่เจ้า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุสภญฺ จ นาคํ ความว่า เราให้ช้าง
ที่น่าขี่ซึ่งประดับตกแต่งแล้ว ทำโคอุสุภราชให้เป็นใหญ่ของโคพันหนึ่งนั้น
ด้วยดี.
จบ สิริเมณฑกปัญหา ในวีสตินิบาต
จำเดิมแต่นั้น มโหสถโพธิสัตว์ได้มียศใหญ่ พระนางอุทุมพรเทวีได้
ทรงพิจารณาปัญหานั้นทั้งหมด ในกาลเมื่อมโหสถมีอายุได้ ๑๖ ปี พระนาง
ทรงดำริว่า น้องชายของเราเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม้ยศของเธอก็ใหญ่ เราควรจะ
ทำอาวาหมงคลแก่เธอ ทรงดำริฉะนี้แล้วได้กราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระเจ้า-
วิเทหราช บรมกษัตริย์ได้ทรงสดับเนื้อความนั้น จึงมีพระราชดำรัสว่าดีแล้ว