นรชนรู้แจ้งซึ่งธรรมแต่ผู่ใด และสัตบุรุษเหล่าใด
บรรเทาเสียซึ่งความสงสัยอันเกิดขึ้นแก่นรชนนั้น
กิริยาของท่านผู้นั้นเป็นดังเกาะและเป็นที่พึ่งของนรชน
นั้น ผู้มีปัญญาไม่พึงยังไมตรีกับท่านผู้นั้นให้เสื่อม
สิ้นไป.
คาถานั้นมีเนื้อความว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า บุรุษพึงรู้ธรรม คือ
เหตุแม้มีประมาณน้อย แต่สำนักของอาจารย์ใด และสัตบุรุษเหล่าใดบันเทา
เสียซึ่งความสงสัยอันเกิดขึ้นแก่นรชนนั้น การการทำของท่านผู้นั้นเป็นดังเกาะ
และเป็นที่พึ่งเพราะอรรถว่าเป็นที่พึ่งของนรชนนั้น บัณฑิตไม่พึงละ คือไม่
พึงยังมิตรภาพกับอาจารย์เช่นนั้นให้พินาศ.
บัดนี้ เมื่อจะถวายโอวาทพระราชา มโหสถบัณฑิตจึงกล่าว ๒ คาถา
นี้ว่า
คฤหัสถ์บริโภความเป็นคนเกียจคร้าน ไม่ดี
บรรพชิตเป็นผู้ไม่สำรวมแล้ว ไม่ดี พระราชาผู้ไม่ทรง
พิจารณาก่อนจึงทรงราชกิจไม่ดีความโกรธของบัณฑิต
ผู้มักโกรธไม่ดี กษัตริย์ควรทรงพิจารณาก่อนทรงราช-
กิจ พระเจ้าแห่งทิศไม่ทรงพิจารณาก่อนไม่พึงทรง
ราชกิจ ยศและเกียรติย่อมเจริญแก่พระราชาผู้ทรง
พิจารณาก่อนจึงทรงบำเพ็ญราชกรณียกิจเป็นปกติ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น สาธุ ได้แก่ ไม่บริสุทธิ์ คือไม่งาม.
บทว่า อนิสมฺมการี ได้แก่ ผู้ทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่พิจารณา คือ