Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 424

เล่ม มมร. 63 หน้า 424 ข้อ 686
บุคคลไม่ควรเปิดเผยข้อความลับเผย ควรรักษา ข้อความลับนั้นไว้ ดุจบุคคลรักษาขุมทรัพย์ ฉะนั้น ข้อความลับอันบุคคลผู้รู้แจ้งไม่ทำให้ปรากฏนั่นแลดี. บัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี และแก่คน ไม่ใช่มิตร กับอย่าบอกความในใจแก่บุคคลที่อามิส ลากไป และแก่คนไม่ใช่มิตร. ผู้มีปรีชาย่อมอดทนต่อคำด่าคำบริภาษ และการ ประหารแห่งบุคคลผู้รู้ข้อความลับซึ่งผู้อื่นไม่รู้ เพราะ กลัวแต่แพร่ความลับที่คิดไว้ ประหนึ่งคนเป็นทาส อดทนต่อคำด่าเป็นต้นแห่งนาย ฉะนั้น ชนทั้งหลาย รู้ความลับที่ปรึกษากันของบุคคลผู้หนึ่งเพียงใด ความ หวาดสะดุ้งของบุคคลนั้น ย่อมเกิดขึ้นเพียงนั้น เพราะ เหตุนั้น ผู้ฉลาดไม่ควรสละความลับ. บุคคลกล่าวความลับในเวลากลางวัน พึงหา โอกาสที่เงียบ เมื่อจะพูดความลับในเวลาค่ำคืน อย่า ปล่อยเสียงให้เกินเขต เพราะว่าคนแอบฟังความ ย่อม จะได้ยินความลับที่ปรึกษากัน เพราะฉะนั้น ความลับ ที่ปรึกษากันจะถึงความแพร่งพรายทันที. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ถิยา แปลว่า แก่สตรี. บทว่า อมิตฺ- ตสฺส จ ความว่า ไม่ควรบอกแก่ศัตรู. บทว่า สํหีโร ความว่า ก็บุคคล ใดถูกอานิสอย่างใดอย่างหนึ่งลากไป คือถึงการพูดชักชวนและสงเคราะห์ ไม่พึง บอกความลับแก่บุคคลแม้นั้น. บทว่า หทยตฺเถ โน ความว่า ก็บุคคลใด
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka