Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 430

เล่ม มมร. 63 หน้า 430 ข้อ 686
บัณฑิต ก็ความประพฤตินี้เป็นวัตรของสุวโปดก คือถ้าว่าข่าวมาแต่ที่ไร ๆ ควรบอกแก่มโหสถผู้เดียว ที่นั้นสุวโปดกก็ลงจับที่จะงอยป่าแห่งมโหสถ ถ้าว่า ควรฟังแต่นางอมราเทวี สุวโปดกก็ลงจับที่ตัก ถ้าว่ามหาชนควรสดับ สุวโปดก ก็ลงจับที่พื้นกาลนั้นสุวโปดกลงจับ ที่จะงอยป่าแห่งมโหสถด้วยสัญญานั้น มหา- ชนก็หลีกไปด้วยรู้กันว่า ๗ ความลับ พึงมีมโหสถพาสุวโปดกขึ้นไปสู่พื้นชั้นบน แล้วถามว่า พ่อได้เห็นได้ฟังอะไรมาหรือ ลำดับนั้น สุวโปดกจึงกล่าวกะมโหสถ ว่า ข้าแต่นาย ข้าพเจ้าไม่เห็นภัยอะไร ๆ แต่สำนักพระราชาอื่นในสกลชมพู- ทวีป ก็แต่พราหมณ์ชื่อเกวัฏ ผู้เป็นปุโรหิตของพระราชาจุลนีพรหมทัต พา พระราชาไปอุทยานแล้วทูลความคิดอันรู้แต่ ๔ หู ข้าพเจ้าจับอยู่ระหว่างกิ่งไม้รัง ยังมูลให้ตกลงในปากแห่งพราหมณ์เกวัฏแล้วมานี่ กล่าวฉะนี้แล้วบอกกิจที่ได้ เห็นที่ได้ฟังทั้งปวงแก่มโหสถ ครั้นมโหสถถามว่า ก็พระเจ้าจุลนีรับจะทำตาม หรือไม่ สุวโปดกตอบว่ารับจะทำตาม มโหสถจึงทำกิจที่ควรทำแก่นกนั้น คือ ให้นอนในกรงทองคำ มีเครื่องลาดอันอ่อน แล้วคิดว่า ชะรอยเกวัฏไม่รู้จัก ความที่เราชื่อมโหสถบัณฑิต เราจักให้ถึงที่สุดแห่งความคิดที่เขาคิดกันนั้นใน บัดนี้ จึงถ่ายสกุลเข็ญใจในเมืองออกอยู่นอกเมือง นำสกุลมีอิสริยยศซึ่งอยู่ใกล้ ประตูชนบทในแคว้นเจ้ามาอยู่ภายในเมือง ให้สะสมธัญญาหารไว้เป็นอันมาก. ฝ่ายพระเจ้าจุลนีพรหมทัตเชื่อคำแห่งเกวัฏ อันหมู่เสนาแวดล้อมแล้ว เสด็จไปล้อมเมืองหนึ่ง ฝ่ายเกวัฏก็ข้าไปในเมืองนั้นโดยนัยที่กล่าวแล้ว ยัง พระราชาในเมืองนั้นให้หมายรู้แล้ว ทำเมืองนั้นให้เป็นของตน ทำกองทัพ ทั้ง ๒ ให้เป็นกองเดียวกันไปล้อมเมืองอื่น ก็ยึดเมืองทั้งปวงได้หมดโดยลำดับ พระเจ้าจุลนีตั้งอยู่ในโอวาทของพราหมณ์เกวัฏ ยกเสียแต่พระเจ้าวิเทหราช นอกนั้นก็ได้พระราชาทั้งหลายในสกลชมพูทวีปอันเหลืออยู่ ให้เป็นของพระองค์ ด้วยประการฉะนี้.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka