กองทัพที่แวดล้อมกรุงมิถิลาโดยรอบนั้นปรากฏ
เหมือนดาวบนท้องฟ้า ดูก่อนพ่อมโหสถ พ่อจงรู้ว่า
พวกเราจักพ้นทุกข์ได้อย่างไร.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สพฺพเสนาย ความว่า ดูก่อนพ่อมโหสถ
ได้ยินว่า พระเจ้าจุลนีเสด็จยาตราทัพมาพร้อมด้วยกองทัพทุกหมู่เหล่า นับได้
๑๘ อักโขภิณี มีพระราชาร้อยเอ็ดเป็นผู้นำ. บทว่า ปฺจาลิยา ได้แก่
เป็นของมีอยู่ของพระเจ้าปัญจาลราช. บทว่า วิทฺธิมตี ความว่า ประกอบ
ด้วยกำลังของช่างไม้ผู้เที่ยวแบกทัพสัมภาระที่นำมาเพื่อการช่าง. บทว่า
ปตฺติมตี ได้แก่ อันบุรุษผู้ก่อเอาสิ่งประเสริฐน้อยใหญ่รักษาแล้ว. บทว่า
สพฺพสงฺคามโกวิทา ได้แก่ ผู้ฉลาดในสงความทั้งปวง. บทว่า โอหารินี
ความว่า สามารถแอบเข้าไปในกองทัพไม่มีใครเห็น ตัดศีรษะข้าศึกนำมาได้.
บทว่า สทฺทวตี ได้แก่ ไม่สงัดจากเสียง ๑๐ ประการ. บทว่า เภริสงฺ-
ขปฺปโพธนา ความว่า ในที่นั้น ไม่สามารถจะให้รู้ด้วยคำสั่งว่า จงมา จงรุก
จงรบ จงอย่าไปเป็นต้นแต่กิจเช่นนั้นจะให้รู้กันได้ในที่นี้ ด้วยเสียงกลองและ
ด้วยเสียงสังข์ ฉะนั้นจึงชื่อว่า ยังกันและกันให้รู้ด้วยเสียงกลองและเสียงสังข์.
บทว่า โลหวิชฺชา ในบาทคาถาว่า โลหวิชฺชา อลงฺการา นี้นั้น เป็น
ชื่อของโล่เช่นเสื้อเกราะหมวกเกราะเป็นต้น ซึ่งประดับด้วยรัตนะ ๗ ประการ
เป็นศิลปโลหะ. บทว่า อลงฺการ ได้แก่ เป็นเครื่องประดับของพระราชา
และมหาอมาตย์ของพระราชาเป็นต้น เพราะฉะนั้น ในบาทคาถานี้จึงมีเนื้อความ
ดังนี้ว่า ชื่อว่ามีวิทยาทางโลกธาตุ มีเครื่องประดับ เพราะสว่างไสวไปด้วย
วิทยาทางโลกธาตุและด้วยเครื่องประดับ. บทว่า ธชนี ความว่า ประกอบ
ด้วยธงทั้งหลายที่ยกขึ้นบนรถเป็นต้น ซึ่งประดับด้วยทองเป็นต้น รุ่งเรืองด้วย
วัตถุต่าง ๆ. บทว่า วามโรหินี ความว่า ทหารเหล่านั้น ท่านเรียกว่า วามโรหินี