กระดูกแกเสีย ก็เป็นผู้ทั้งกลัวทั้งตกใจ กลับไปไม่เหลียวหลัง ลำดับนั้น
คนหนึ่งลุกขึ้นตีหลังเกวัฏด้วยซีกไม้ไผ่ คนหนึ่งประหารหลังด้วยฝ่ามือ คนหนึ่ง
ไสคอผลักไปในระหว่าง เกวัฏทั้งกลัวทั้งตกใจออกไปสู่พระราชวัง ดุจมฤคพ้น
จากปากราชสีห์ พระเจ้าวิเทหราชทรงดำริว่า วันนี้บุตรของเราได้ฟังประพฤติ
เหตุนี้แล้วจักเป็นผู้ยินดี ธรรมสากัจฉาใหญ่จะพึงมีแก่บัณฑิตทั้งสอง วันนี้
บัณฑิตทั้งสองจักยังกันและกันให้ขมาโทษ เป็นลาภของเราหนอ พระองค์
ทอดพระเนตรเห็นเกวัฏ เมื่อจะตรัสถามอาการสังสนทนากับมโหสถบัณฑิต
จึงตรัสคาถานี้ว่า
ดูก่อนอาจารย์เกวัฏ ท่านได้พบกับมโหสถ เป็น
อย่างไรหนอ เชิญกล่าวข้อความนั้นเถิด มโหสถกับ
ท่านต่างงดโทษกันแล้วกระมัง มโหสถยินดีแล้วกระมัง.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏินิชฺฌตฺโต ความว่า เพื่อระงับ
การทะเลาะกันที่เป็นไปในสนามธรรมยุทธ์ มโหสถได้งดโทษให้ท่าน และ
ท่านก็ได้งดโทษให้มโหสถแล้วหรือ. บทว่า กจฺจิ ตุฏโ ความว่า มโหสถ
ได้ฟังประพฤติเหตุที่พระราชาของพวกท่านส่งมา ยินดีแล้วกระมัง.
ลำดับนั้น เกวัฏทูลว่า พระองค์อย่าทรงถือมโหสถว่าเป็นบัณฑิตเลย
พระเจ้าข้า คนที่ชื่อว่าเป็นอสัตบุรุษยิ่งกว่ามโหสถไม่มี แล้วกล่าวคาถานี้ว่า
ข้าแต่พระจอมประชากร บุรุษที่ชื่อมโหสถเป็น
คนเลว ไม่น่าชื่นชม กระด้าง มิใช่สัตบุรุษ ไม่พูด
อะไรสักคำ เหมือนคนใบ้คล้ายคนหนวก.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสพฺภิรูโป ได้แก่ มิใช่ชาติบัณฑิต.
บทว่า น กิญฺจิตฺถํ ความว่า มโหสถไม่กล่าวข้อความอะไร ๆ กับเรา ด้วย