Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 464

เล่ม มมร. 63 หน้า 464 ข้อ 686
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ฉนฺนํ ความว่า พ่อบัณฑิต พวกเรา ๖ คน คือ พราหมณ์เกวัฏ ๑ เรา ๑ และอาจารย์ ๔ คนเหล่านั้น. บทว่า เอกาว มติ ความว่า มีอัธยาศัยเป็นอันเดียวกัน ร่วมกันเหมือนน้ำแม่น้ำ คงคาไหลร่วมกับน้ำแม่น้ำยมุนาฉะนั้น. บทว่า เย ความว่า พระเจ้าวิเทหราช ตรัสว่า พวกเราทั้ง ๖ คนเป็นบัณฑิตสูงสุด มีปัญญาสูงสุดดุจแผ่นดินเหล่านั้น ย่อมชอบใจการที่พระเจ้าจุลนีนำพระราชธิดามา. บทว่า านํ ได้แก่ อยู่ใน ที่นี้เท่านั้น. บทว่า มตึ กโรหิ ความว่า ชื่อว่าความชอบใจของพวกเรา ยังเอาเป็นประมาณไม่ได้ แม้เจ้าก็จงแสดงความคิดว่า การที่พวกเราไปปัญ- จาลนครเพื่อประโยชน์อาวาหมงคล หรือไม่ไปหรืออยู่ในที่นี้เท่านั้น เจ้าชอบ อย่างไร. พระมหาสัตว์ได้ฟังพระราชดำรัสดังนั้นจึงคิดว่า พระราชาองค์นี้เป็นผู้ ละโมบในกามารมณ์ ถือเอาคำของอาจารย์ ๔ คนเหล่านี้ ด้วยความเป็นอันธพาล ย่อมไม่ทรงทราบโทษที่จะเสด็จไป เราจักชี้โทษในการเสด็จไป แล้วจักให้ กลับพระหฤทัยเสีย คิดฉะนั้นแล้วจึงกล่าว ๔ คาถาว่า ข้าแต่พระราชา ขอพระองค์ทรงทราบพระเจ้า- จุลนีพรหมทัตทรงมีอานุภาพมาก มีพลมาก ก็พระ- ราชานั้นปรารถนาเพื่อปลงพระชนมชีพของพระองค์ ดุจนายพรานฆ่ามฤคด้วยมฤคี ฉะนั้น. ปลาอยากกินของสดคือเหยื่อ ย่อมกลืนเบ็ดที่คด ซึ่งปกปิดไว้ด้วยเนื้ออันเป็นเหยื่อ มันย่อมไม่รู้จักความ ตายของมัน ฉันใด ข้าแต่พระราชา พระองค์ทรง ปรารถนากาม ย่อมไม่ทรงทราบพระราชธิดาของ พระเจ้าจุลนี เหมือนปลาไม่รู้จักความตายของตน ฉะนั้น.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka