Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 473

เล่ม มมร. 63 หน้า 473 ข้อ 686
เออก็ผู้ใดใคร่ในกามกับนางจัณฑาล ผู้นั้นทั้ง หมดย่อมเป็นเช่นกับนางจัณฑาลนั้น เพราะว่าบุคคล ไม่เป็นเช่นเดียวกันในเพราะกามย่อมไม่มี. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จณฺฑาลิกามปิ ได้แก่ ซึ่งนางจัณฑาล. บทว่า สทิโส ความว่า การอยู่ร่วมกันทุกอย่างย่อมเป็นเช่นเดียวกันทั้งนั้น เพราะมีจิตเป็นเช่นเดียวกัน. บทว่า กาเม ความว่า เพราะในเรื่องกาม จิตเท่านั้นเป็นประมาณ ชาติหาเป็นประมาณไม่. ก็แลครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว สุวบัณฑิตเมื่อจะนำเรื่องอดีตมาชี้แจง เพื่อแสดงความต่างชาติกัน ไม่เป็นประมาณในหมู่มนุษย์ก่อน จึงกล่าวคาถา เป็นลำดับว่า พระราชมารดาของพระเจ้าสีวี พระนามว่า ชัมพาวดี มีอยู่ พระนางเป็นหญิงจัณฑาล ได้เป็น พระมเหสีที่รักของพระเจ้าวาสุเทพกัณหโคตร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชมฺพาวตี ความว่า พระชนนีของ พระเจ้าสีพีราช พระนามว่า ชัมพาวดี ได้เป็นหญิงจัณฑาล พระนางได้เป็น พระอัครมเหสีที่รักของพระเจ้าวาสุเทพผู้เป็นพี่ชายของพี่น้อง ๑๐ คนของ กัณหายนโคตร. ได้ยินว่า วันหนึ่งพระเจ้าวาสุเทพเสด็จออกจากกรุงทวารวดี ประพาส พระราชอุทยาน ทอดพระเนตรเห็นกุมาริการูปงามคนหนึ่งเป็นจัณฑาล จาก บ้านคนจัณฑาลเจ้าสู่พระนครด้วยธุระบางอย่าง ยืนอยู่ ณ ที่ควรส่วนหนึ่ง พระองค์มีจิตปฏิพัทธ์ มีรับสั่งให้ถามว่า ชาติอะไร แม้ได้สดับว่า ชาติจัณฑาล ก็ยังมีรับสั่งให้ถามว่ามีสามีหรือไม่ ทรงสดับว่ายังไม่มีสามี จึงพานางกุมาริกา
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka