รู้ความสำเร็จแห่งกิจที่มา อยู่กับนางนกสาลิกานั้นในราตรีนั้น แล้วกล่าวว่า
ที่รัก ฉันจักไปแคว้นสีวี ทูลความที่ฉันได้ภรรยาที่ชอบใจ แด่พระเจ้าสีวี
และพระเทวี แล้วกล่าวเพื่อให้นางนกสาลิกาอนุญาตให้ตนไปว่า
เอาเถิด เธอจงอนุญาตให้ฉันไปสัก ๗ ราตรี
เพียงให้ฉันได้กราบทูลพระเจ้าสีวิราชและพระมเหสีว่า
ฉันได้อยู่ในสำนักของนางนกสาลิกาแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มเหสีโน ได้แก่ พระมเหสีของพระ
เจ้าสีวิราชนั้น. บทว่า อาวสโถ ได้แก่ ที่เป็นอยู่. บทว่า อุปนฺติกํ ความว่า
ครั้งนั้นสุวโปดกกล่าวว่า ฉันจักบอกพระราชาและพระเทวีทั้งสองนั้นว่า เชิญ
เสด็จไปสำนักของนางนกสาลิกานั้น ดังนี้ ในวันที่ ๘ จักนำมาที่นี้ จักพาเธอ
ไปด้วยบริวารใหญ่ เธออย่าได้กระวนกระวายจนกว่าฉันจะมา.
นางนกสาลิกาได้ฟังดังนั้น ไม่ปรารถนาจะแยกกับสุวโปดกเลย แต่
ไม่อาจจะปฏิเสธคำของเขาได้ จึงกล่าวคาถาเป็นลำดับว่า
เอาเถิด ฉันอนุญาตให้ท่านไปประมาณ ๗ ราตรี
ถ้าท่านไม่กลับมายังสำนักของฉันโดย ๗ ราตรี ฉัน
จะสำคัญตัวฉันว่าหยั่งลงแล้ว สงบแล้ว ท่านจักมาใน
เมื่อฉันตายแล้ว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มญฺเ โอกนฺตสนฺตํ ความว่า
เนื้อเป็นเช่นนั้น ฉันจะกำหนดตัวฉันว่าปราศจากชีวิตแล้ว เมื่อท่านไม่มาใน
วันที่ ๘ จักมาเมื่อฉันตายแล้ว เพราะฉะนั้น ท่านอย่ามัวชักช้า.
ฝ่ายสุวบัณฑิตกล่าวด้วยวาจาว่า ที่รัก เธอพูดอะไร แม้ฉันเมื่อไม่เห็น
เธอในวันที่ ๘ จะมีชีวิตอยู่ที่ไหนได้ แต่ใจคิดว่า เจ้าจะเป็นหรือตาย ก็ไม่มี