Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 510

เล่ม มมร. 63 หน้า 510 ข้อ 686
พวกเราตกอยู่ในเงื้อมมือผู้อื่นโดยไม่สงสัย เหล่าคนของมโหสถจับพวกเรามา ก็ ครั่นคร้ามต่อมรณภัย ทั้งกลัวทั้งสะดุ้งร้องอึง. ได้ยินว่า พระเจ้าจุลนีเสด็จไปรักษาอยู่ ณ สถานที่ ๑ คาวุตใกล้ฝั่ง คงคา ด้วยทรงเกรงพระเจ้าวิเทหราชจะหนี ก็พระเจ้าจุลนีในเมื่อราตรีเงียบสงัด ได้ทรงฟังเสียงร้องของกษัตริย์ทั้ง ๔ เป็นผู้ใคร่จะตรัสว่า เสียงนั้นเป็นเสียง นางนันทาเทวี แต่ก็หาได้ตรัสอย่างไรไม่ ด้วยทรงเกรงความเย้ยหยันว่า พระองค์ทอดพระเนตรเห็นพระนางนันทาเทวีที่ไหน พระมหาสัตว์เชิญให้ พระนางปัญจาลจันทีราชกุมารีประทับบนกองรัตนะแล้วอภิเษกในที่นั้น แล้ว กราบทูลพระเจ้าวิเทหราชว่า พระองค์เสด็จมาเพราะเหตุการณ์นี้ พระราช กุมารีนี้จงเป็นมเหสีของพระองค์ เรือ ๓๐๐ ลำได้เทียบอยู่แล้ว พระเจ้า วิเทหราชเสด็จลงจากพลับพลากว้างขึ้นสู่เรืออันตกแต่งแล้ว แม้กษัตริย์ทั้ง ๔ ก็ขึ้นสู่เรือ. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น ตรัสว่า พระเจ้าวิเทหราชเสด็จออกจากอุโมงค์ขึ้นสู่เรือ แล้ว มโหสถรู้ว่าพระองค์ขึ้นสู่เรือแล้ว ได้ถวาย อนุศาสน์ว่า ข้าแต่สมมติเทพ พระเจ้าจุลนีพรทมทัตนี้ เป็นพระสัสสุระของพระองค์ ข้าแต่พระจอมประชากร พระนางนันทาเทวีนี้เป็นพระสัสสูของพระองค์ การ ปฏิบัติพระราชมารดาของพระองค์อย่างใด จงมีแก่ พระสัสสูของพระองค์อย่างนั้น ข้าแต่พระราชา พระเชษฐภาดาร่วมพระอุทรพระมารดาเดียวกันโดย ตรงของพระองค์ทรงรักใคร่อย่างใด พระปัญจาล- จันทราชกุมาร พระองค์ควรทรงรักใคร่อย่างนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka