Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 531

เล่ม มมร. 63 หน้า 531 ข้อ 686
บทว่า ขุทฺทเวฬุภิ ความว่า งามด้วยแถวโลมชาติบาง ๆ เหมือนอย่างแม่น้ำ ที่ดาดาษด้วยไม้ไผ่เล็ก ๆ ย่อมงามฉะนั้น. บทว่า กลฺยาณี ความว่า ประกอบ ด้วยความงาม ๕ อย่าง คือ งามผิว งามเนื้อ งามผม งามเส้นเอ็นและงาม กระดูก. บทว่า ปมา ติมฺพรุตฺถนี ความว่า พระนางนันทาเทวีนั้นมี พระยุคลถันชิดกัน สมบูรณ์ด้วยสัณฐาน ปานประหนึ่งคู่แห่งผลมะพลับทอง ที่วางไว้บนแผ่นทองฉะนั้น งามเป็นที่หนึ่ง คือ สูงสุด. เมื่อพระมหาสัตว์พรรณนารูปสิริของพระนางนันทาเทวีอย่างนี้แล้ว พระนางเธอได้เป็นเหมือนพระเจ้าจุลนีไม่เคยได้ทอดพระเนตรเห็นมาก่อน พระองค์เกิดความเสน่หามีกำลัง. ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ทราบว่า พระเจ้าจุลนีมีความเสน่หาเกิดขึ้นจึง ได้กล่าวคาถาเป็นลำดับไปว่า ข้าแต่พระองค์ผู้มีพาหนะสมบูรณ์ด้วยสิริ พระ- องค์ ทรงยินดีด้วยการทิวงคตของพระนางนันทาเทวี เป็นแน่ ข้าพระองค์และพระนางนันทาเทวีจะไปสู่ สำนักยมราชเป็นแน่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สิริพาหน ความว่า มโหสถกล่าวว่า ข้าแต่พระมหาราชผู้มีพาหนะถึงพร้อมด้วยสิริ พระองค์ย่อมทรงยินดีด้วยการ ทิวงคตของพระนางนันทาเทวีผู้ทรงพระรูปอันอุดมอย่างนี้แน่. บทว่า คจฺฉาม ความว่า ก็ถ้าพระองค์จักฆ่าข้าพระองค์ พระราชาของข้าพระองค์ก็จักฆ่า พระนางนันทาเทวีอย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้น พระนางนันทาเทวีและข้าพระ- องค์ก็จักไปสำนักของยมราช ยมราชเห็นข้าพระองค์ทั้งสองแล้วก็จักให้พระนาง นันทาเทวีแก่ข้าพระองค์เท่านั้น เมื่อข้าพระองค์แม้ตายแล้ว ก็ยังได้นางแก้ว เช่นนั้น จักเสียประโยชน์อะไรเล่า ข้าพระองค์แลไม่เห็นความเสื่อมเพราะตัว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka