Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 550

เล่ม มมร. 63 หน้า 550 ข้อ 686
ทูลถามพระองค์ในที่ควรแห่งหนึ่ง นางจึงทูลว่า อาตมะปรารถนาที่ลับ พระราชา จึงให้ชนทั้งหลายกลับไปเสีย ลำดับนั้น นางเภรีจึงทูลขอวโรกาสแด่พระราชาว่า อาตมะจักทูลถามปัญหากะพระองค์ พระราชาตรัสอนุญาตว่า ถามเถิดผู้เป็นเจ้า ข้าพเจ้ารู้ก็จักกล่าวแก้ ลำดับนั้น นางเภรีปริพาชิกาเมื่อจะทูลถามทกรักขส- ปัญหา จึงกล่าวคาถาที่หนึ่งว่า ถ้าว่าผีเสื้อน้ำผู้แสวงหาเครื่องเส้นมนุษย์ จับเรือ ของพระนางสลากเทวีพระราชชนนี พระนางนันทา เทวีพระมเหสี พระติขิณมนตรีกุมารพระอนุชา ธนุ- เสขกุมารพระสหาย เกวัฏพราหมณ์ราชปุโรหิตาจารย์ มโหสถบัณฑิต และพระองค์รวม ๗ ซึ่งแล่นอยู่ใน ทะเล พระองค์จะประทานใครอย่างไรให้เป็นลำดับ แก่ผีเสื้อน้ำ. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สตฺตนฺนํ ความว่า ของคน ๗ คน เหล่านั้น คือ พระชนนีของพระองค์ ๑ พระนางนันทาเทวี ๑ ติขิณมนตรีกุมาร ธนุเสขพระสหาย ๑ ปุโรหิต ๑ มโหสถ ๑ และพระราชา ๑. บทว่า อุทกณฺณเว ได้แก่ ในน้ำทั้งลึกทั้งกว้าง. บทว่า มนุสฺสพลิเมสาโน ความว่า แสวงหา เครื่องเส้นด้วยมนุษย์. บทว่า คณฺเหยฺย ความว่า ผีเสื้อน้ำถึงพร้อมด้วย เรี่ยวแรง โผล่ขึ้นจากน้ำจับเรือนั้นไว้ ก็และครั้น จับแล้วกล่าวว่า ท่านจงให้ ชน ๗ คนเหล่านั้นแก่ข้าพเจ้าตามลำดับ ข้าพเจ้าจะปล่อยท่านไป เมื่อเป็น อย่างนี้ พระองค์จะจัดลำดับให้อย่างไร. บทว่า มุญฺเจสิ ทกรกฺขโต ความว่า พึงจัดลำดับคนที่หนึ่งถึงคนที่หกให้อย่างไร. พระเจ้าจุลนีทรงสดับดังนั้น เมื่อจะทรงสำแดงตามพระราชอัธยาศัย จึงตรัสคาถานี้ว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka