Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 63 หน้าที่ 559

เล่ม มมร. 63 หน้า 559 ข้อ 686
ลำดับนั้น ปริพาชิกาเภรีเมื่อจะทูลถามพระเจ้าจุลนีว่า พระองค์จะ ประทานพระมเหสีด้วยโทษนี้ก็สมควร แต่ติขิณกุมารพระกนิษฐภาดา มีอุปการะ แด่พระองค์ พระองค์จักประทานเขาด้วยโทษอะไร ดังนี้ จึงกล่าวคาถาว่า พระกนิษฐภาดาผู้มีพระนามว่าติขิณราชกุมารยัง ชนบทให้เจริญ เชิญเสด็จพระองค์ผู้ประทับอยู่ ณ สากลนครให้กลับมาสู่ราชธานีนี้ ทรงอันเคราะห์ พระองค์ครอบงำพระราชาทั้งหลายเสีย นำทรัพย์เป็น อันมากมาแต่ราชสมบัติอื่น เป็นผู้ประเสริฐกว่านาย ขมังธนูทั้งหลาย ทรงกล้าหาญกว่าผู้มีความคิดหลัก- แหลมทั้งหลาย พระองค์จักประทานพระกนิษฐภาดา แก่ผีเสื้อน้ำด้วยโทษอะไร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เยโนจิตา ได้แก่ ที่ให้เจริญแล้ว. บทว่า ปฏิคฺคหํ ความว่า และที่นำพระองค์ผู้ประทับอยู่ในประเทศอื่น กลับมาสู่ พระราชมณเฑียร. บทว่า อภิฏฺาย ได้แก่ ครอบงำแล้ว. บทว่า ติขิณฺ- มนฺตินํ ได้แก่ ผู้มีปัญญาแหลมคม. ได้ยินว่า ติขิณราชกุมารนั้น ประสูติในกาลเมื่อพระราชมารดาอยู่ร่วม กับพราหมณ์ เมื่อพระราชกุมารทรงเจริญแล้ว พราหมณ์ได้ให้พระแสงขรรค์ สั่งว่า เจ้าจงถือพระแสงขรรค์นี้เข้าหาข้าได้ พระราชกุมารนั้นก็บำรุงพราหมณ์ ด้วยสำคัญว่าเป็นพระชนกของตน ลำดับนั้น อมาตย์คนหนึ่งได้ทูลพระราช- กุมารว่า ข้าแต่พระราชกุมาร พระองค์มิใช่เป็นพระโอรสแห่งพราหมณ์นี้ ใน เวลาเมื่อพระองค์ยังอยู่ในพระครรภ์ พระนางสลากเทวีผู้เป็นพระราชมารดาให้ ปลงพระชนม์พระราชบิดาเสีย แล้วมอบราชสมบัติแก่พราหมณ์นี้ พระองค์ เป็นพระราชโอรสแห่งพระเจ้ามหาจุลนี พระราชกุมารได้สดับประพฤติเหตุนั้น
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka