ลำดับนั้น สุทัสสนะเมื่อกระทำการเย้ยหยันจึงกล่าวคาถาว่า
พิษของงูเรือน งูปลา งูเขียว พึงมี แต่พิษของ
นาคมีศีรษะแดง ไม่มีเลยทีเดียว.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สิลุตฺตสฺส แปลว่างูเรือน. บทว่า
ทุฑฺฑุภสฺส แปลว่า งูน้ำ. บทว่า สิลาภุโน แปลว่า งูเขียว.
สุทัสสนะครั้นแสดงงูไม่มีพิษดังนี้แล้ว จึงกล่าวว่า พิษของงูเหล่านั้น
พึงมี แต่พิษของงูมีศีรษะแดงไม่มีเลย
ลำดับนั้น อาลัมพายน์ได้กล่าวกะสุทัสสนะด้วยคาถา ๒ คาถาว่า
ข้าพเจ้าได้ฟังคำของพระอรหันต์ทั้งหลาย ผู้
สำรวม ผู้มีตบะ มาว่า ทายกทั้งหลายให้ทานในโลกนี้
ย่อมไปสู่สวรรค์ ท่านมีชีวิตอยู่ จงให้ทานเสียเถิด ถ้า
ท่านมีสิ่งของที่จะควรให้ นาคนี้มีฤทธิ์มาก มีเดช
ยากที่ใคร ๆ จะก้าวล่วงได้ เราจะให้นาคนั้นกัดท่าน
มันก็จักทำท่านให้เป็นขี้เถ้าไป.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทาตเว ความว่า ถ้าท่านมีสิ่งไรที่จะ
ควรให้ ท่านจงให้เถิด.
ลำดับนั้นสุทัสสนะกล่าวว่า
ดูก่อนสหาย เราแม้ก็ได้ฟังคำของพระอรหันต์ทั้ง
หลาย ผู้สำรวมมีตบะมาว่า ทายกทั้งหลายให้ทานใน
โลกนี้แล้ว ย่อมไปสู่สวรรค์ ท่านนั่นแหละเมื่อมีชีวิต
อยู่ จงให้ทานเสีย ถ้าท่านมีสิ่งของที่ควรจะให้จงให้ ลูก
เขียดชื่อว่า อัจจิมุขีนี้ เต็มด้วยเดชเหมือนของนาคอัน