เส้นผมของใครต้องลมอยู่ไหว ๆ ปลายสนิทละเอียด
ดำ งามจดนลาต ดังสายฟ้าพุ่งขึ้นจากท้องฟ้า ใครมี
เนตรซ้ายขวากว้างและใหญ่ งาม มีพักตร์ผ่องใส ดัง
คันฉ่องทอง ใครมีโอฐสะอาดเหมือนสังข์อันขาวผ่อง
เมื่อเจรจา (แลเห็น) ฟันขาวสะอาด งามดังดอกมณ-
ฑารพตูม ใครมีมือและเท้าทั้งสองมีสีเสมอด้วยน้ำครั่ง
ตั้งอยู่ในที่สบาย มีริมฝีปากเปล่งปลั่ง ดังผลมะพลับ
งามดังดวงอาทิตย์ ใครนั่นมีเครื่องปกคลุมขาวสะอาด
ดังหนึ่งต้นสาละใหญ่ ดอกบานสะพรั่ง ข้างเขาหิม-
วันต์ในฤดูหิมะตก งามปานดังพระอินทร์ผู้ได้ชัย-
ชนะ ใครนั่น นั่งอยู่ท่ามกลางบริษัท คล้องพระแสง
ขรรค์คร่ำทอง วิจิตรด้วยด้ามแก้วมณีที่อังสา ใคร
นั่นสวมรองเท้าทอง อันวิจิตร เย็บเรียบร้อย สำเร็จ
เป็นอันดี ข้าพเจ้าขอนอบน้อมต่อท่านผู้แสวงหาคุณ
อันยิ่งใหญ่.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏิปนฺนานิ ความว่า ดนตรีเหล่านี้
เป็นของใคร ดำเนินมาข้างหน้า. บทว่า หาสยนฺตา ความว่า ทำให้พระ
ราชานี้ทรงหรรษา. บทว่า กสฺส กาญฺจนปฏฺเฏน ความว่า พระราชาตรัส
ถามว่า ใครมีสีหน้าโชติช่วงด้วยแผ่นกรอบหน้าที่นลาต เหมือนก้อน
เมฆโชติช่วงด้วยสายฟ้าฉะนั้น. บทว่า ยุวา กลาปสนฺนทฺโธ แปลว่า ยัง
เป็นหนุ่ม สอดสวมแล่งธนู. บทว่า อุกฺกามุเข ปหฏฺิว ความว่า
เหมือนทองคำที่ลุกโชน ที่เตาไฟของช่างทอง. บทว่า ขทิรงฺคารสนฺนิภํ