Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 155

เล่ม มมร. 64 หน้า 155 ข้อ 833
โลกนี้ไปสุคติด้วยประการใด ขอท่านจงบอกทางแห่งสุคติแก่ข้าพเจ้า โดยประการ นั้น ก็ปัญหานี้ ท่านควรจะถามกะพระสัพพัญพุทธเจ้า หรือกะพระโพธิสัตว์. เพราะไม่เป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า หรือพระสาวก ส่วนพระราชา ทรงถามกะกัณฑหาลพราหมณ์ ผู้ไม่รู้อะไร ๆ เหมือนบุรุษผู้หลงทาง ๗ วัน พึงถามกะบุรุษคนอื่นผู้หลงทาง มาประมาณกึ่งเดือน. กัณฑหาลพราหมณ์ คิดว่า เวลานี้เป็นเวลาที่จะได้เห็นหลังปัจจามิตร ของเรา บัดนี้เราจักกระทำพระจันทกุมารให้ถึงสิ้นชีวิตแล้ว จักทำมโนรถของ เราให้สำเร็จบริบูรณ์ ครั้งนั้นกัณฑหาลพราหมณ์ ครั้นกราบทูลพระราชา แล้วจงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ คนทั้งหลายให้ทาน อันล่วงล้ำทาน ฆ่าแล้วซึ่งบุคคลอันไม่พึงฆ่า ชื่อว่า ทำบุญแล้ว ย่อมไปสู่สุคติด้วยประการฉะนี้. ความแห่งคำในคาถานั้นมีดังนี้ว่า ดูก่อนมหาราช ชื่อว่า บุคคลผู้ ไปสวรรค์ ย่อมให้ทานล่วงล้ำทาน ย่อมฆ่าบุคคลอันไม่ควรฆ่า ถ้าท่านปรารถนา จะไปสุคติไซร้ แม้ท่านก็จงทำอย่างนั้นนั่นแล. ลำดับนั้น พระราชา จึงตรัสถามถึงอรรถแห่งปัญหากะกัณฑหาล- พราหมณ์นั้นว่า ก็ทานอันล่วงล้ำทานนั้นอะไร ใครเป็นบุคคลอัน ไม่พึงฆ่าในโลกนี้ ขอท่านจงบอกข้อนั้นแก่เรา เรา จักบูชายัญ เราจะให้ทาน. กัณฑหาลพราหมณ์ ทูลแก้ปัญหาแก่พระราชานั้นว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ ยัญพึงบูชาด้วยพระ ราชบุตรทั้งหลาย ด้วยพระมเหสีทั้งหลาย ด้วยชาว
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka