Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 167

เล่ม มมร. 64 หน้า 167 ข้อ 833
พระราชาได้ทรงฟังคำพร่ำกล่าวมีประการต่าง ๆ นั้น ของพระราช กุมารแล้ว ถึงซึ่งความทุกข์ ประหนึ่งว่าพระอุระจะแตก มีพระเนตรนองด้วย พระอัสสุชล ประกาศว่า ใครๆ ย่อมไม่ได้เพื่อฆ่าลูกเรา ความตองการด้วย เทวโลกไม่มีแก่เราแล้ว เพื่อจะปล่อยคนทั้งปวงนั้น จึงตรัสคาถาว่า เจ้าพร่ำเพ้ออยู่เพราะรักชีวิต ย่อมให้ทุกข์แก่เรา นักแล พวกท่านจงปล่อยพระกุมารทั้งหลาย ไป ณ บัดนี้ เราขอพอกันทีด้วยการเอาบุตรบูชายัญ. ราชบุรุษทั้งหลายเหล่านั้น ครั้นได้ฟังพระดำรัสของพระราชาแล้ว ก็ ปล่อยสัตว์ที่รวมไว้เป็นหมู่ ๆ นั้นทั้งสิ้น ตั้งต้นแต่พระราชบุตรทั้งหลาย ตลอดไปถึงหมู่หกเป็นที่สุด. ฝ่ายกัณฑหาลพราหมณ์กำลังจัดแต่งกรรมอยู่ในหลุมยัญ ลำดับนั้น บุรุษคนหนึ่งกล่าวกะกัณฑหาละนั้นว่า เฮ้ย กัณฑหาละ คนชั่วร้าย พระราชบุตร และราชธิดาทั้งหลายนั้น พระราชาทรงปล่อยไปแล้ว เจ้าต้องฆ่าลูกเมียของ ตนเอง เอาเลือดในลำคอของคนเหล่านั้นบูชายัญ กัณฑหาลพราหมณ์นั้นคิดว่า นี่พระราชาทรงกระทำอย่างไรหนอ ลุกขึ้นแล่นมาด้วยกำลังเร็ว ประหนึ่งว่า ถูกไฟประลัยกัลป์เผาอยู่ฉะนั้น จึงกล่าวคาถาว่า ข้าพระองค์ทูลไว้แล้วในกาลก่อนเทียวว่า การ บูชายัญนี้ทำได้ยาก ให้เกิดความยินดีได้แสนยาก บัด นี้ พระองค์ทรงกระทำยัญ ที่ข้าพระองค์ตระเตรียม ไว้แล้ว ให้กระจัดกระจาย เพราะเหตุไร ชนเหล่าใด บูชายัญเองก็ดี และชนเหล่าใดให้ผู้อื่น บูชายัญก็ดี อนึ่งชนเหล่าใดอนุโมทนามหายัญเช่นนี้ ของบุคคล ผู้บูชาอยู่ก็ดี ชนเหล่านั้นทั้งหลาย ย่อมไปสู่สุคติ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka