Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 606

เล่ม มมร. 64 หน้า 606 ข้อ 1269
พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระบาทพึงอยู่ในพระราชนิเวศน์ แห่งพระเจ้ากรุงสีพีนั้น. ข้าแต่ท้าวปุรินททะ ข้าพระบาทพึงเป็นผู้มีจักษุ ดำเหมือนตาลูกมฤคีซึ่งมีดวงตาดำ พึงมีขนคิ้วดำ พึง เกิดในพระราชนิเวศน์นั้นโดยนามว่าผุสดี พึงได้พระ- ราชโอรสผู้ให้สิ่งอันเลิศ ประกอบความเกื้อกูลแก่ยาจก ไม่ตระหนี่ อันพระราชาทุกประเทศบูชา มีเกียรติ มียศ เมื่อข้าพระบาททรงครรภ์ อุทรอย่านูนขึ้นพึงมีอุทรไม่ นูน เสมอดังคันศรที่นายช่างเหลาเกลาเกลี้ยงฉะนั้น ถันทั้งคู่ของข้าพระบาทอย่าพึงหย่อนยาน ข้าแต่ท้าว- วาสวะ ผมหงอกก็อย่าได้มี ธุลีก็อย่าพึงติดในกาย ข้าพระบาทพึงปลดปล่อยนักโทษประหารได้ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระบาทพึงได้เป็น อัครมเหสีที่โปรดปรานของพระเจ้ากรุงสีวีในพระราช นิเวศน์อันกึกก้องด้วยเสียงร้องของนกยูงและนกกระ- เรียน พรั่งพร้อมด้วยหมู่นารีผู้ประเสริฐ เกลื่อนกล่น ไปด้วยคนเตี้ยและคนค่อม อันพ่อครัวชาวมาคธบอก เวลาบริโภคอาหาร กึกก้องไปด้วยเสียงกลอนและเสียง บานประตูอันวิจิตร มีคนเชิญให้ดื่มสุราและกินกับ แกล้ม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สิวิราชสฺส ความว่า นางผุสดีนั้น ตรวจดูพื้นชมพูทวีป เห็นพระราชนิเวศน์ของพระเจ้าสีวีราชสมควรแก่ตน เมื่อ ปรารถนาความเป็นอัครมเหสีในพระราชนิเวศน์นั้น จึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka