Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 617

เล่ม มมร. 64 หน้า 617 ข้อ 1269
พู่เครื่องประดับที่หูทั้ง ๒ ข้าง ราคา ๒ แสน ปลอกเครื่องประดับงาทั้ง ๒ ราคา ๒ แสน วลัยเครื่องประดับทาบที่งวงราคา ๑ แสน อลังการที่หาง ราคา ๑ แสน เครื่องประดับอันตกแต่งงดงามที่กายช้าง ยกภัณฑะไม่มีราคารวมราคา ๒๒ แสน เกยสำหรับขึ้น ราคา ๑ แสน อ่างบรรจุของบริโภคเช่นหญ้าและ น้ำ ราคา ๑ แสน รวมเข้าด้วยอีก เป็นราคา ๒๔ แสน ยังแก้วมณีที่กำพู ฉัตร ที่ยอดฉัตร ที่สร้อยมุกดา ที่ขอ ที่สร้อยมุกดาผูกคอช้าง ที่กะพองช้าง และที่ตัวพระยาช้าง รวม ๗ เป็นของหาค่ามิได้ ได้พระราชทานทั้งหมดแก่ พราหมณ์ทั้งหลาย และพระราชทานคนบำรุงช้าง ๕๐๐ สกุล กับทั้งควาญช้าง คนเลี้ยงช้างด้วย ก็มหัศจรรย์มีแผ่นดินไหวเป็นต้น ได้มีแล้วพร้อมกับพระ- เวสสันดรมหาราชทรงบริจาคมหาทาน โดยนัยอันกล่าวมาแล้วในหนหลังนั่นแล พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า เมื่อพระบรมกษัตริย์ พระราชทานช้างตัว ประเสริฐแล้วในกาลนั้น ความน่าสะพึงกลัวขนพอง สยองเกล้าได้เกิดมี เมทนีดลก็หวั่นไหว เมื่อบรม กษัตริย์พระราชทานช้างตัวประเสริฐ ในกาลนั้น ได้ เกิดมีความน่าสะพึงกลัวขนพองสยองเกล้า ชาวพระ- นครกำเริบ ในเมื่อพระเวสสันดรบรมกษัตริย์ผู้ยังชาว สีพีให้เจริญ พระราชทานช้างตัวประเสริฐ ชาวบุรีก็ เกลื่อนกล่น เสียงอันอื้ออึงก็แผ่ไปมากมาย. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตทาสิ ได้แก่ ได้มีในเวลานั้น . บทว่า หตฺถินาเค ได้แก่ สัตว์ประเสริฐคือช้าง. บทว่า ขุภิตฺถ นครํ ตทา ความว่า ได้กำเริบแล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka