Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 638

เล่ม มมร. 64 หน้า 638 ข้อ 1269
ร้องไห้ ต่างก็ร้องไห้ไปตามกัน คนหนึ่งในราชสกุลทั้งสองที่สามารถระทรงตน ไว้ได้ไม่มีเลย ต่างทอดกายาพิไรรำพัน ดุจหมู่ไม้รังต้องลมย่ำยีก็ล้มลงตามกัน ฉะนั้น. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศข้อความนั้น จึงตรัสว่า เหล่าสีพีกัญญาทั้งปวงในพระราชวัง ได้ฟังสุร- เสียงของพระนางผุสดีทรงกันแสง ประชุมกันประ- คองแขนทั้งสองร้องไห้ เหล่าราชบุตรราชบุตรี ชายา พระสนม พระกุมาร พ่อค้า พราหมณ์ กองช้าง กอง ม้า กองรถ กองราบ ฝ่ายข้างวังพระเวสสันดร ก็ พากันลงนอนยกแขนทั้งสองร้องไห้ ประหนึ่งหมู่ไม้ รังต้องลมประหารย่ำยีก็ล้มลงตามกันฉะนั้น แต่นั้น เมื่อราตรีสว่าง ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้ว พระเวสสันดรก็ เสด็จมาสู่โรงทาน ทรงบำเพ็ญทาน โดยพระโองการ ว่า เจ้าทั้งหลายจงให้ผ้าห่มแก่เหล่าผู้ต้องการผ้านุ่งห่ม น้ำเมาแก่พวกนักเลงสุรา โภชนาหารแก่เหล่าผู้ต้อง การโภชนาหารโดยชอบทีเดียว อย่าเบียดเบียนเหล่า วนิพก ผู้มาในที่นี้แม้แต่คนหนึ่ง จงให้อิ่มหนำด้วย ข้าวและน้ำ พวกนี้เราบูชาแล้ว จงให้ยินดีกลับไป ในเมื่อพระเวสสันดรมหาราชผู้ยังแคว้นแห่งชาวสีพีให้ เจริญเสด็จออกแล้ว ดุจคนเมาสุราหรือคนเหน็ดเหนื่อย ชาวสีพีเหมือนตัดเสีย ซึ่งต้นไม้ที่ให้ผลต่าง ๆ ที่ทรง ผลต่าง ๆ ที่ให้ความใคร่ทั้งปวง ที่นำมาซึ่งรสคือ ความใคร่ทั้งปวง เพราะพวกเขาขับไล่พระเวสสันดร
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka