Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 656

เล่ม มมร. 64 หน้า 656 ข้อ 1269
ประการ พร้อมด้วยอาภรณ์ทั้งหลายไปสองข้างทางเสด็จ ฝ่ายพระเวสสันดรก็ ทรงเปลื้องเครื่องประดับที่มีอยู่ในพระวรกาย พระราชทานแก่เหล่ายาจกผู้มาถึง แล้ว ๑๘ ครั้ง ได้พระราชทานสิ่งที่เหลืออยู่ทั้งหมด พระองค์เสด็จออกจาก พระนครมีพระประสงค์จะกลับทอดพระเนตรราชธานี ครั้งนั้นอาศัยพระมนัส ของพระองค์ ปฐพีในที่มีประมาณเท่ารถที่นั่งก็แยกออกหมุนเหมือนจักรของ ช่างหม้อ ทำรถที่นั่งให้มีหน้าเฉพาะเชตุดรราชธานี พระองค์ได้ทอดพระเนตร สถานที่ประทับของพระชนกพระชนนี เหตุอัศจรรย์ทั้งหลายมีแผ่นดินไหว เป็นต้นได้มีแล้วด้วยการุญภาพนั้น. ด้วยเหตุนั้นท่านจึงกล่าวไว้ว่า เมื่อพระเวสสันดรเสด็จออกจากพระนคร ทรง กลับเหลียวมาทอดพระเนตร แม้ในกาลนั้นแผ่นดิน อันมีขุนเขาสิเนรุและหมู่ไม้เป็นเครื่องประดับก็กัมป- นาทหวาดหวั่นไหว. ก็เมื่อพระมหาสัตว์ทอดพระเนตรเองแล้ว ตรัสพระคาถาเพื่อให้พระ- นางมัทรีทอดพระเนตรด้วยว่า แน่ะพระน้องมัทรี เชิญเธอทอดพระเนตร นั่น พระราชนิเวศน์ของพระเจ้าสีพีราชผู้ประเสริฐ นั่นวัง ของฉันซึ่งพระราชธิดาประทาน ย่อมปรากฏเป็นภาพ ที่น่ารื่นรมย์ทีเดียว. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นิสาเมหิ ได้แก่ จงทอดพระเนตร. ครั้งนั้น พระเวสสันดรมหาสัตว์ยังอำมาตย์ ๖ หมื่น ผู้สหชาติและ เหล่าชนอื่น ๆ ให้กลับแล้ว ขับรถที่นั่งไปตรัสกะพระนางมัทรีว่า แน่ะพระน้อง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka