Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 685

เล่ม มมร. 64 หน้า 685 ข้อ 1269
กาลไม่นานเลย เพราะทรงกันแสงเป็นนิตย์. กาลนั้นพรานเจตบุตรก็มีความโสมนัส ด้วยคิดว่า ได้ยินว่า บัดนี้ พราหมณ์นี้จะมาเชิญเสด็จพระเวสสันดรกลับ จึงผูกสุนัขทั้งหลายไว้ให้อยู่ที่ ส่วนข้างหนึ่ง แล้วให้ชูชกลงจากต้นไม้ ให้นั่งบนที่ลาดกิ่งไม้ ให้โภชนาหาร เมื่อจะทำปฏิสันถาร จึงกล่าวคาถานี้ว่า ข้าแต่ตาพราหมณ์ ตาเป็นทูตที่รักของพระเวส- สันดรผู้เป็นที่รักของข้า ข้าจะให้กระบอกน้ำผึ้งและ ขาเนื้อย่างเป็นบรรณาการแก่ตา และจักบอกประเทศที่ พระเวสสันดรผู้ประทานความประสงค์ประทับอยู่แก่ตา. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปิยสฺส เม ความว่า ตาเป็นทูตที่รักของ พระเวสสันดรผู้เป็นที่รักของข้า ข้าจะให้บรรณาการแก่ตา เพื่อความเต็มแห่ง อัธยาศัย จบชูชกบรรพ จุลวนวรรณนา พรานเจตบุตรให้พราหมณ์ชูชกบริโภคแล้ว ให้กระบอกน้ำผึ้งและขา เนื้อย่างแก่ชูชก เพื่อเป็นเสบียงเดินทางอย่างนี้แล้ว ยืนที่หนทางยกมือเบื้อง ขวาขึ้นเมื่อจะแจ้งโอกาสเป็นที่ประทับอยู่แห่งพระเวสสันดรมหาสัตว์ จึงกล่าวว่า ดูก่อนมหาพราหมณ์ นั่นภูเขาคันธมาทน์ล้วน แล้วไปด้วยศิลา ซึ่งเป็นที่ประทับแห่งพระราชา เวสสันดรพร้อมด้วยพระมัทรีราชเทวีทั้งพระชาลีและ พระกัณหาชินา ทรงเพศบรรชิตอันประเสริฐ และ
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka