Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 736

เล่ม มมร. 64 หน้า 736 ข้อ 1269
สู่อาศรม พระแม่เจ้าจงเสด็จตามมาทางนั้น จะได้ ทอดพระเนตรเห็นลูกทั้งสองทันท่วงที โอ ข้าแต่ พระแม่ชฏินีผู้ทรงนำมูลผลาผลมาแต่ไพร ความระทม ทุกข์ จักมีแด่พระแม่เจ้า เพราะทอดพระเนตรเห็น อาศรมนั้นว่างเปล่า มูลผลาผลที่พระแม่เจ้าได้มาด้วย ทรงเสาะหาจนล่วงเวลา คงไม่น้อย พระแม่เจ้าคงไม่ ทรงทราบว่า ลูกทั้งสองถูกพราหมณ์ผู้แสวงทรัพย์ ผู้ ร้ายกาจเหลือเกิน ผูกไว้ แกตีลูกทั้งสอง เหมือนเขา ตีฝูงโค เออก็ลูกทั้งสองได้ประสบพระแม่เจ้าผู้เสด็จมา แต่ที่ทรงเสาะหามูลผลาผล ณ เย็นวันนี้ พระแม่เจ้าคง ประทานผลไม้กับทั้งรวงผึ้งแก่พราหมณ์ พราหมณ์นี้ ได้กินอิ่มแล้ว คงไม่ยังลูกทั้งสองให้รีบเดินไป เท้า ของลูกทั้งสองบวมพองแล้ว พราหมณ์ก็ยังรีบเดินไป พระบาลีและพระกัณหาปรารถนาจะพบพระมัทรีผู้พระ มารดา ก็ทรงพิลาปรำพันในสถานที่นั้น ด้วยประการ ฉะนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปาทุกา ได้แก่ เท้าน้อย ๆ. บทว่า โอกนฺทามฺหเส ได้แก่ คร่ำครวญ. ข้าพเจ้าสองพี่น้องขอแสดงความนับถือ คือความประพฤตินอบน้อมให้ทราบ. บทว่า สรสฺส ความว่า ขอกราบ ไหว้เหล่าเทวดาผู้รักษาสระปทุมนี้ด้วยเศียรเกล้า. บทว่า สุปติตฺเถ จ อาปเก ความว่า ขอกราบไหว้แม้เทวดาที่สิงสถิตอยู่ในแม่น้ำซึ่งมีท่าอันดี. บทว่า ติณา ลตา ได้แก่ ติณชาติและลดาชาติที่ห้อยย้อยลง. บทว่า โอสโธฺย
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka