Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 64 หน้าที่ 740

เล่ม มมร. 64 หน้า 740 ข้อ 1269
เสียมก็ตกจากมือของเรา และนัยน์ตาขวาของ เราก็เขม่น รุกขชาติที่เคยมีผลก็หาผลมิได้ ทิศทั้งปวง เราก็ฟั่นเฟือนลุ่มหลง พระนางเจ้าเสด็จมาสู่อาศรมใน เวลาเย็น ในเมื่อดวงอาทิตย์อัศดงคต พาลมฤคก็ปรากฏ ในหนทาง ครั้นเมื่อพระอาทิตย์โคจรลงต่ำ อาศรมก็ ยังอยู่ไกล เราจักนำมูลผลาผลใดไปแต่ที่นี้ เพื่อพระ- ราชสวามีและลูกทั้งสอง พระราชสวามีและลูกทั้งสอง พึงเสวยมูลผลาผลอันเป็นของเสวยนั้น พระบรม กษัตริย์ผู้ภัสดาเสด็จอยู่ที่บรรณศาลาแต่พระองค์เดียว แท้ ๆ ทรงเห็นว่าเรายังไม่กลับ ก็จะทรงปลอบโยน พระโอรสพระธิดาผู้หิว ลูกทั้งสองของเราเป็นกำพร้า ด้วยความเข็ญใจ เคยเสวยนมเคยเสวยน้ำในเวลาที่คน สามัญเรียกให้อาหารเวลาเย็น ลูกทั้งสองของเราเป็น กำพร้าด้วยความเข็ญใจ เคยลุกยืนรับเรา เหมือนลูก โคอ่อนยืนคอยแม่โคนม ลูกทั้งสองของเราเป็นกำพร้า ด้วยความเข็ญใจ หรือประหนึ่งลูกหงส์ยืนอยู่บนเปือก ตมคอยแม่ ลูกทั้งสองของเราเป็นกำพร้าด้วยความ เข็ญใจ เคยยืนรับเราแต่ที่ใกล้อาศรม ทางเดินไปมี เฉพาะทางเดียว เป็นทางเดินได้คนเดียว เพราะมีสระ และที่ลุ่มลึกอยู่ข้าง ๆ เราไม่เห็นทางอื่นซึ่งจะพึงแยก ไปสู่อาศรม ข้าขอนอบน้อมพระยาพาลมฤคผู้มีกำลัง มากในป่า ท่านทั้งหลายจงเป็นพี่ของข้าโดยธรรม จง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka