บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สคฺคํ โส อุปฺปชฺชถ ความว่า จุติจาก
อัตภาพนั้นแล้ว เสด็จเข้าถึงดุสิตบุรีด้วยอัตภาพที่สอง.
พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนามหาเวสสันดรชาดก ซึ่งประ-
ดับด้วยคาถาประมาณ ๑,๐๐๐ คาถานี้มาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้
ในกาลก่อน มหาเมฆก็ยังฝนโบกขรพรรษให้ตกในที่ประชุมแห่งพระประยูร-
ญาติของเราอย่างนี้เหมือนกัน ตรัสดังนี้แล้วทรงประชุมชาดกว่า
พราหมณ์ชูชกในกาลนั้น คือภิกษุเทวทัต นาง
อมิตตตาปนาคือนางจิญจมาณวิกา พรานเจตบุตรคือ
ภิกษุฉันนะ อัจจุตดาบสคือภิกษุสารีบุตร ท้าวสักก-
เทวราชคือภิกษุอนุรุทธะ พระเจ้าสญชัยนรินทรราช
คือพระเจ้าสุทโธทนมหาราช พระนางผุสดีเทวีคือ
พระนางสิริมหามายา พระนางมัทรีเทวีคือ ยโสธรา-
พิมพามารดาราหุล ชาลีกุมารคือราหุล กัณหาชินาคือ
ภิกษุณีอุบลวรรณา ราชบริษัทนอกนี้คือพุทธบริษัท ก็
พระเวสสันดรราช คือเราเองผู้สัมมาสัมพุทธเจ้าแล.
จบ นครกัณฑ์
จบ อรรถกถาเวสสันดรชาดก๑
จบอรรถกถาชาดก ภาคที่ ๑๐