Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 53

เล่ม มมร. 65 หน้า 53 ข้อ 29
ที่เป็นที่งอกขึ้นแห่งปุพพัณชาติ ชื่อว่า นา, ที่เป็นที่งอกขึ้นแห่ง อปรัณชาติ ชื่อว่า ที่ดิน. อีกอย่างหนึ่ง ที่เป็นที่งอกขึ้นแห่งปุพพัณชาติ และอปรัณชาติ แม้ทั้งสอง ชื่อว่า นา. พื้นที่ที่ไม่ได้ทำประโยชน์อย่างนั้น ชื่อว่า ที่ดิน. อนึ่งในที่นี้ แม้บึงและสระน้ำเป็นต้น ท่านก็สงเคราะห์ ด้วยหัวข้อ คือ เขตตะ และวัตถุ. บทว่า หิรญฺํ ได้แก่ กหาปณะ. บทว่า สุวณฺณํ ได้แก่ ทอง มาสกแม้ทุกอย่าง คือ มาสกโลหะ มาสกครั่ง มาสกไม้ ก็สงเคราะห์เข้า ด้วยศัพท์ หิรญฺ และ สุวณฺณ เหล่านั้น. บทว่า คามนิคมราชธานิโย ความว่า กระท่อมหลังเดียวเป็นต้น ชื่อว่า คาม. คามที่มีตลาด ชื่อว่า นิคม. สถานที่อันเป็นอาณาเขตของพระ ราชาพระองค์หนึ่ง ชื่อว่า ราชธานี. ชนบทเอกเทศหนึ่ง ชื่อว่า รัฐ. ชนบทกาสีและชนบทโกศลเป็นต้น ชื่อว่า ชนบท. บทว่า โกโส ได้แก่ กองพลรบ ๔ เหล่า คือเหล่าช้าง เหล่าม้า เหล่ารถ เหล่าราบ. บทว่า โกฏฺาคารํ ได้แก่ เรือนคลัง ๓ อย่าง คือ เรือนคลังทรัพย์ เรือนคลังข้าวเปลือก เรือนคลังผ้า. บทว่า ยงฺกิญฺจิ เป็นคำกำหนดว่าไม่มีอะไรเหลือ. บทว่า รชนียํ ได้แก่ ด้วยอรรถว่าควร ยินดี. ต่อแต่นี้ พระสารีบุตรเถระ เพื่อจะแสดงเป็นติกะ จึงได้กล่าวติกะ ๖ คือ อตีตติกะ อัชฌัตตติกะ หีนติกะ โอกาสติกะ ปโยคติกะ และ กามาวจรติกะ. บรรดาติกะเหล่านั้น พึงทราบวินิจฉัยในอตีตติกะก่อน ชื่อว่า อดีต
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka