บทว่า ปริคฺคหิตา ได้แก่ กามที่หวงแหนว่านั่นของเรา.
บทว่า อปริคฺคหิตา ได้แก่กามของชาวอุตตรกุรุทวีป ซึ่งมิได้
หวงแหนอย่างนั้น.
บทว่า มมายิตา ได้แก่ ที่ยึดถือว่านั่นของเรา ด้วยอำนาจตัณหา.
บทว่า อมมายิตา ได้แก่ ที่ตรงกันข้ามกับที่กล่าวแล้ว.
บทว่า สพฺเพปิ กามาวจรา ธมฺมา ความว่า ธรรมที่นับเนื่องใน
กามาวจรธรรม ที่กล่าวไว้โดยนัยมีอาทิว่า โดยเบื้องต่ำทำนรกอเวจีให้เป็น
ที่สุดรอบ ในข้อนั้นมีเนื้อความแห่งคำดังนี้ กามโดยหัวข้อมี ๒ คือ
วัตถุกาม ๑ กิเลสกาม ๑.
ใน ๒ อย่างนั้น กิเลสกาม โดยอรรถ ได้แก่ฉันทราคะความกำหนัด
ด้วยสามารถแห่งความพอใจ วัตถุกาม ได้แก่วัฏฏะที่เป็นไปในภูมิ ๓
อนึ่ง กิเลสกาม ชื่อว่า กาม เพราะอรรถว่า เป็นที่ใคร่. วัตถุกาม นอกนี้
ชื่อว่า กาม เพราะอรรถว่า อันสัตว์ย่อมใคร่. เป็นภูมิที่ท่องเที่ยว เป็นไป
แห่งกามทั้ง ๒ นั้น มี ๑ ภูมิ คืออบายภูมิ ๔ มนุษย์ภูมิ ๑ เทวภูมิ ๖.
ชื่อว่า กามาวจร เพราะอรรถว่า เป็นที่ท่องเที่ยวไปแห่งกาม.
ท่านกล่าวว่า สพฺเพปิ กามาวจรา ธมฺมา ในที่นั้น หมายเอาธรรมที่
นับเนื่องกัน. ชื่อว่า ธรรม เพราะอรรถว่า ทรงไว้ซึ่งสภาวะของตน.
บทว่า รูปาวจรา ธมฺมา ความว่า ธรรมทั้งหมด เป็น
รูปาวจรธรรม ด้วยสามารถแห่งรูปาวจรธรรมที่กล่าวไว้โดยนัยมีอาทิว่า
แต่เบื้องต่ำขึ้นไปจนถึงพรหมโลกเป็นที่สุด.
บทว่า อรูปวจรา ธมฺมา ความว่า ธรรมทั้งหมดที่กล่าวไว้