Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 143

เล่ม มมร. 65 หน้า 143 ข้อ 29
เกื้อกลและความสุข และเพราะการกระทำความเป็นปธาน ดังนั้นจึงชื่อว่า สัมมัปปธาน. คำว่า สมฺมปฺปธานํ นี้เป็นชื่อของความเพียร. การแบ่ง สัมมัปปธานเป็น ๔ ย่อมเป็นไปโดยให้สำเร็จกิจคือ ละ, ไม่เกิด, เกิดขึ้น และตั้งอยู่แห่งอกุศลและกุศลทั้งหลายที่เกิดและไม่เกิดด้วย, ที่ไม่เกิดและ เกิดด้วยสัมมัปปธาน ๔ เหล่านั้น. ในบทว่า จตุนฺนํ อิทฺธิปาทานํ นี้ มีวินิจฉัยว่า บรรดา ฉันทะ วิริยะ จิตตะและวิมังสาทั้งหลาย แต่ละอย่างชื่อว่า อิทธิ เพราะ อรรถว่า สำเร็จ. อธิบายว่า ย่อมรุ่งเรื่อง คือ ย่อมผลิต. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่า อิทธิ เพราะอรรถว่า เป็นเครื่องสำเร็จ. คือ มั่งคั่ง, เจริญ, ถึง ความดีเลิศของสัตว์ทั้งหลาย ด้วยอรรถที่หนึ่ง เครื่องบรรลุคือความสำเร็จ ชื่ออิทธิบาท อธิบายว่า ส่วนคือความสำเร็จ. ด้วยอรรถที่สอง ชื่อว่า อิทธิบาท เพราะเป็นเครื่องถึงซึ่งความสำเร็จ. บทว่า ปาโท ได้แก่ ที่ตั้ง อธิบายว่า อุบายเป็นเครื่องบรรลุ. ด้วยว่าธรรมทั้งหลายย่อมยังความสำเร็จกล่าวคือความวิเศษยิ่ง ๆ ขึ้นไปให้ เกิดขึ้น. คือย่อมบรรลุ ด้วยอิทธิบาทนั้น. ฉะนั้นท่านจึงเรียกว่า เป็น เครื่องบรรลุอิทธิบาท ๔ เหล่านั้น. บทว่า สตฺตนฺนํ โพชฺฌงฺคานํ ความว่า ชื่อว่า โพชฌงค์ เพราะอรรถว่า องค์แห่งปัญญาเครื่องตรัสรู้. หรือแห่งความตรัสรู้. ท่าน อธิบายไว้ว่า ธรรมสามัคคีนี้ท่านเรียกว่า โพธิ เพราะทำวิเคราะห์ว่า พระอริยสาวกย่อมตรัสรู้ด้วยธรรมสามัคคี กล่าวคือ สติ ธรรมวิจยะ วีริยะ ปีติ ปัสสัทธิ สมาธิ และ อุเบกขา ซึ่งเกิดขึ้นในขณะแห่ง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka