Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 158

เล่ม มมร. 65 หน้า 158 ข้อ 29
นั้นมีความทุกข์เป็นอรรถ เพราะอุปายาสนั้นเป็นทุกข์เพราะเป็นสังขาร- ธรรม คือเพราะเผาใจ และเพราะทำกายให้ตกต่ำ เพราะเหตุนั้น ท่าน จึงกล่าวว่า :- เพราะอุปายาสให้เกิดทุกข์ มีประมาณยิ่ง คือเผาใจ และทำกายให้ตกต่ำ ฉะนั้น ท่านจึงกล่าวว่า ทุกข์. อนึ่ง ในบทนี้ ความโศก พึงเห็นเหมือนการหุงต้มภายในภาชนะ ด้วยไฟอ่อน ๆ. ปริเทวะ พึงเห็นเหมือนการล้นออกนอกภาชนะของ อาหารที่หุงต้มด้วยไฟแรง. อุปายาส พึงเห็นเหมือนการเคี้ยวอาหารที่ เหลือจากล้นออกภายนอก ล้นออกไม่ได้อีก เคี่ยวภายในภาชนะนั่นแหละ จนกว่าจะหมด. บทว่า เนรยิกทุกฺขํ ความว่า ทุกข์มีการจองจำ ๕ ประการเป็น ต้น ในนรก ย่อมติดตาม ทุกข์นั้นพึงแสดงด้วยเทวทูตสูตร เพราะเหตุ นั้นท่านจึงกล่าวไว้ว่า :- ถ้าสัตว์ไม่พึงเกิดในนรกทั้งหลาย พึงได้ทุกข์มีถูก ไฟไหม้เป็นต้น ซึ่งทนไม่ได้ในที่นั้น ๆ อันจะเป็นเครื่อง ค้ำจุน ที่ไหนได้ ฉะนั้น พระมหามุนีจึงตรัสการเกิดในโลก นี้ว่า ทุกข์ดังนี้. บทว่า ติรจฺฉานโยนิกทุกฺขํ ความว่า ทุกข์หลายอย่างมีหวดด้วย แส้ และแทงด้วยประตักเป็นต้น ในหมู่เดรัจฉาน ย่อมติดตาม. ทุกข์นั้น พึงถือเอาแต่พาลปัณฑิตสูตร. เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า :-
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka