Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 65 หน้าที่ 176

เล่ม มมร. 65 หน้า 176 ข้อ 29
ที่เรียกว่า คู ในบทว่า สงฺกิณฺณปริโข ได้แก่ อภิสังขารคือ กรรมที่ให้ภพใหม่ คือเป็นปัจจัยแห่งขันธ์ทั้งหลายในภพใหม่ ซึ่งได้นาม ว่า ชาติสงสาร ด้วยสามารถให้เกิดในภพทั้งหลาย และด้วยสามารถแห่ง การท่องเที่ยวไป ก็อภิสังขารคือกรรมนั้น ท่านเรียกว่า คู เพราะตั้งแวด ล้อมด้วยสามารถกระทำความเกิดขึ้นบ่อย ๆ ท่านเรียกพระอรหันต์ว่าเป็นผู้มี กรรมเป็นคูอันกำจัดเสียแล้ว เพราะกรรมอันเป็นคูนั้นอันพระอรหันต์กำจัด เสียแล้ว คือถมเสียแล้ว. บทว่า เอสิกา ในบทว่า อพฺพุฬฺเหสิโก ได้แก่ ตัณหาซึ่งเป็น มูลแห่งวัฏฏะ ก็ตัณหานี้ลึกซึ้ง ท่านเรียกว่า เสาระเนียด เพราะอรรถว่า ข้ามไปได้ยาก ท่านเรียกพระอรหันต์ว่าเป็นผู้มีตัณหาเป็นเสาระเนียดอัน ถอนเสียแล้ว เพราะตัณหานั้นอันพระอรหันต์นั้นถอนได้แล้ว คือถอนทิ้ง ไปแล้ว. ที่เรียกว่า อัคคฬะ ในบทว่า นิรคฺคโฬ ได้แก่ สังโยชน์ที่ใช้ เกิดกิเลสอย่างหยาบ คือโอรัมภาคิยสังโยชน์ ซึ่งเป็นปัจจัยให้เกิดในกามภพ ก็สังโยชน์เหล่านั้นท่านเรียกว่าอัคคฬะ เพราะตั้งปิดกั้นจิตไว้ เหมือนบาน ประตูใหญ่ที่ใช้เป็นประตูพระนครฉะนั้น ท่านเรียกพระอรหันต์ว่าเป็นผู้ไม่ มีสังโยชน์เป็นบานประตู เพราะไม่มีสังโยชน์เป็นบานประตู คือสังโยชน์ เหล่านั้นอันพระอรหันต์ทำลายได้แล้ว. บทว่า อริโย ได้แก่ ไม่มีกิเลส คือบริสุทธิ์. บทว่า ปนฺนทฺธโช ได้แก่ มีธง คือมานะให้ตกไปแล้ว.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka